เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่บ้านหนองกก หมู่ที่ 7 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี กำลังเผชิญหน้ากับความกังวลอย่างหนักจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือดในหลายพื้นที่ ถึงแม้ จ.จันทบุรี จะถูกประเมินว่ามีปัญหาที่จะเกิดการรบพุ่งกันน้อยที่สุดในบรรดา 7 จังหวัดแนวชายแดน แต่ความเปราะบางทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ยังคงเป็นภัยคุกคามโดยตรงต่อวิถีชีวิตชาวบ้าน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุมชนนี้ตั้งอยู่บนปลายแหลมที่ยื่นคั่นกลางระหว่างเขตแดน และห่างจากเขาจราง (เขาหินปูนใน จ.ไพลิน กัมพูชา) ซึ่งเคยเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในการสู้รบในอดีต เพียง 300 เมตรเท่านั้น ชาวบ้านยังคงจำได้ถึงเหตุการณ์ในปี พ.ศ. 2526 ที่เคยถูกกระสุนปืนใหญ่และปืนกลหนักยิงผ่านกลางหมู่บ้านมาแล้วถึงสองครั้ง

นายจำเริญ โพบาน ชาวบ้านและ ชรบ. ประจำหมู่บ้าน ได้รายงานสัญญาณที่เพิ่มความหวาดระแวงในพื้นที่อย่างชัดเจน การเคลื่อนย้ายกำลังภาคพื้นดิน ได้ยินเสียงการเคลื่อนกำลังของฝ่ายกัมพูชา ในช่วงเวลาตี 1 ถึงตี 4 โดยมีการเคลื่อนย้ายจากพระตะบองผ่าน จ.ไพลิน มุ่งหน้าไปยัง อ.กรอมเลียง และ จ.สระแก้ว มีการพบเห็นโดรนขนาดใหญ่ของกัมพูชา ที่บินเข้ามาสำรวจพื้นที่ฝั่งไทยเป็นประจำ

ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด สิ่งที่ชาวบ้านหนองกก ต้องการอย่างเร่งด่วนที่สุดคือที่กำบังที่มั่นคง โดยเฉพาะบังเกอร์ใหม่ที่ทันสมัย เพื่อทดแทนหลุมหลบภัยเก่าที่ชำรุดทรุดโทรม คับแคบ และบรรจุคนได้ไม่กี่คน ซึ่งชาวบ้านกล่าวว่า “ไม่อาจป้องกันโดรนแบบกามิกาเซ่ได้”

ความหวังของชาวบ้านได้ถูกส่งไปยัง “กัน จอมพลัง”‘ โดยมีการเอ่ยถึงชื่อนี้เพื่อขอความช่วยเหลือในการจัดสร้างบังเกอร์ใหม่ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตในยามวิกฤติ

นายวันชัย มีพลู อดีตชาวบ้านผู้เคยได้รับบาดเจ็บจากกระสุนปืนอาก้า ยืนยันว่าแม้จะเผชิญหน้ากับความตายอย่างใกล้ชิด ชาวบ้านหนองกกยังคงเป็นคนรักถิ่นฐาน ไม่ยอมอพยพ และยืนยันที่จะปักหลักอยู่ในพื้นที่จนถึงปัจจุบัน

สถานการณ์ตึงเครียดได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในระดับท้องถิ่น โดย นายเรือน รู้ดี ซึ่งมีภรรยาเป็นชาวกัมพูชา เล่าว่า การข้ามไปมาหาสู่และกินเลี้ยงกันเป็นประจำต้องยุติลงชั่วคราว เพราะไม่สามารถไว้วางใจได้ หากอีกฝ่ายได้รับคำสั่งมา

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังแสดงความกังวลเรื่องการย้ายทหารชุดเก่าในพื้นที่ออกไป และส่งทหารใหม่จากข้างในเข้ามาแทน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความคุ้นชินพื้นที่และประสบการณ์ในการรับมือกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าได้

ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้ยืนยันว่าสถานการณ์ยังคงสงบ แต่ไม่ประมาท และมีการเตรียมพร้อมรับมือเต็มกำลัง รวมถึงการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง (ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง) เข้าสู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยแล้ว เพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่ยังคงตึงเครียดอยู่ในขณะนี้