เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และคณะผู้บริหาร อาทิ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร., พล.ต.ท.อุดร ยอมเจริญ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปชก.ตร. ได้สั่งการให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสกัดกั้น ตรวจสอบ และจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตราย หรือใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด เพื่อรักษาความสงบสุขและความปลอดภัยของประชาชน และภาพลักษณ์ของประเทศ

คดีแรก ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ขยายผลจากการจับกุมคนไทยและชาวจีน 5 คนก่อนหน้านี้ โดยทราบว่ายังมีกลุ่มชาวจีนเข้าพักในรีสอร์ทแห่งหนึ่งภายในซอยร่มเกล้า 19/5 แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ ตรวจสอบพบ นายซินเฉียง (นามสมมุติ) อายุ 26 ปี สัญชาติจีน กับพวกรวม 17 คน โดยทั้งหมดไม่มีหนังสือเดินทางติดตัว ผลการตรวจสอบข้อมูลการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย พบว่า 12 คน ไม่มีข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศ ถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” 5 คน อยู่เกินกำหนดอนุญาต (OVERSTAY) ถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

ทั้งนี้แม้ผู้ต้องหาทั้ง 17 คน จะไม่ให้การใดๆ แต่แนวทางการสืบสวนเชื่อว่าทั้งหมดเป็นแก๊งสแกมเมอร์ ที่หลบหนีจากการปฏิบัติการกวาดล้างของกองทัพเมียนมาและกองกำลังกะเหรี่ยง BGF ในเมืองสแกมเมอร์ และการทำลายอาคารในเขตเศรษฐกิจพิเศษชเวโก๊กโก่ เมืองเมียวดี ซึ่งอยู่ตรงข้ามชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก ทาง กก.1 บก.สส.สตม. จะทำการสืบสวนขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการและผู้ให้ความช่วยเหลือต่อไป

คดีที่สอง ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดีว่าพบชายชาวต่างชาติมีพิรุธในย่านถนนสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ เมื่อเข้าตรวจสอบพบ นายลีเจี้ยน (นามสมมุติ) อายุ 32 ปี สัญชาติสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีหนังสือเดินทางและไม่มีข้อมูลการเดินทางเข้าประเทศไทย จากการประสานข้อมูลกับสถานทูตสิงคโปร์ พบว่า นายลีเจี้ยน เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของทางการสิงคโปร์ และองค์การตำรวจสากลได้ออกประกาศสีแดง (INTERPOL RED NOTICE) ในความผิดฐานฉ้อโกง และอำนวยความสะดวกในการกระทำความผิดร้ายแรง

นายลีเจี้ยน เป็นสมาชิกกลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่ปฏิบัติการจากกรุงพนมเปญ โดยมุ่งเป้าหลอกลวงเหยื่อในสิงคโปร์ผ่านกระบวนการ 3 ขั้นตอน ปลอมเป็นพนักงานธนาคาร, ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่รัฐบาล และโน้มน้าวให้เหยื่อโอนเงินเข้าบัญชีที่ควบคุมโดยกลุ่มอาชญากร เชื่อว่ากลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับคดีอย่างน้อย 330 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 40 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (ประมาณ 982 ล้านบาท) เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

คดีที่สาม ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชาวต่างชาติผิวสีลักลอบขายยาเสพติดให้กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติในย่านซอยอินทามระ 25 จึงวางแผนล่อซื้อยาอี 40 เม็ด และโคเคน 10 กรัม จาก นายชิบูเก้ (สงวนนามสกุล) อายุ 36 ปี สัญชาติไนจีเรีย เจ้าหน้าที่ได้นัดส่งมอบยาเสพติดกันที่คอนโดมิเนียมในซอยอินทามระ 24 และเข้าควบคุมตัวได้พร้อมของกลางยาอี จำนวน 40 เม็ด และโคเคน น้ำหนักรวม 15.57 กรัม พร้อมเงินล่อซื้อ 102,000 บาท

สอบสวนเบื้องต้น นายชิบูเก้ รับสารภาพว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของตนเอง โดยรับมาจากชาวต่างชาติผิวสีอีกทอดหนึ่ง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาอี) และประเภท 2 (โคเคน) โดยผิดกฎหมาย” นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ และจะขยายผลต่อไป

สตม. ย้ำว่ามีมาตรการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเฝ้าระวังบุคคลที่มีหมายจับ หากประชาชนพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด สามารถแจ้งไปยัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง หรือ ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือเว็บไซต์ www.immigration.go.th