เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงศิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ความคืบหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา โดยฝ่ายกัมพูชายังโจมตีฝ่ายไทยอย่างหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สระแก้ว เราจำเป็นที่จะต้องตอบโต้เพื่อรักษาบูรณภาพแห่งดินแดนและอธิปไตยของไทยอย่างต่อเนื่อง การดำรงกลยุทธ์ต่าง ๆ ของฝ่ายไทยตั้งแต่เมื่อคืนนี้ ยังคงดำเนินการต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา กองทัพเรือได้มีการเปิดปฏิบัติการทำลายศูนย์บัญชาการของกัมพูชาที่ควบคุมสั่งการ ลุกลามอธิปไตยของไทย ก็ยังดําเนินการอยู่ต่อเนื่อง

ด้าน พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก (รองโฆษก ทบ.) กล่าวว่า ในพื้นที่สระแก้ว ฝ่ายไทยได้คุมบ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง ได้เบ็ดเสร็จ ส่วนบ้านคลองแผง อ.ตาพระยา ที่ปรากฏภาพทหารไปร้องเพลงชาติ แต่ทหารกัมพูชา โจมตีโต้ตอบเข้ามาอย่างหนัก ใช้ บีเอ็ม-21 ถล่ม ทหารได้รับบาดเจ็บ จึงพิจารณาแล้วว่าบริเวณดังกล่าวไม่สามารถวางกําลังได้ จึงปรับการวางกําลังเข้ามา เป็นเหตุให้ทหารกัมพูชานําธงชาติของไทยลง แต่ยืนยันไม่ต้องกังวล พื้นที่นี้อยู่ในความพยายามฝ่ายไทยเข้าควบคุมพื้นที่อีกครั้ง

พ.อ.ริชฌา กล่าวต่อว่า สำหรับพื้นที่คุมบางส่วน เช่น ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี ช่องคนา จ.สุรินทร์ ส่วน ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.บุรีรัมย์ แม้ว่าเราสามารถทําลายการโจมตีและฐานทหารต่าง ๆ โดยรอบจํานวนมาก แต่ด้วยภูมิประเทศมีความยากลําบาก ทหารยังมีความพยายามที่จะเข้าปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ให้ได้ การประมาณการสูญเสียของทหารกัมพูชาทั้งในส่วนกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) ทำลายยานเกราะรถถัง 9 คัน โดรน 68 ลํา ระบบแอนตี้โดรน 1 ระบบ แอนตี้โดรน 1 ระบบ บีเอ็ม-21 จำนวน 1 คัน ทหารกัมพูชาเสียชีวิตไม่น้อยกว่า 165 นาย พร้อมยืนยันไม่มีพลเรือนได้รับผลกระทบ