จากสถานการณ์การปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอีกครั้ง จนส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่ต้องอพยพออกจากบ้านเรือน ล่าสุดคู่รักนักสู้ “เปิ้ล-นาคร ศิลาชัย” และภรรยา “จูน-กษมา ศิลาชัย” ได้แสดงความห่วงใยและเร่งให้ความช่วยเหลือ โดยทั้งคู่ได้มาร่วมงานกาชาดประจำปี 2568 พร้อมประกาศแบ่งรายได้ที่ลูกค้ามาอุดหนุนสินค้า “หม้อแม่จูน” ไปช่วยผู้อพยพ และทหารชายแดนที่กำลังเกิดเหตุการณ์ปะทะใหญ่อยู่

ด้าน เปิ้ล เผยว่า “เพิ่งไปฉีดยาคลายกล้ามเนื้อมา น้ำท่วมนี่หลังล็อกเลย เพิ่งไปหาหมอมาเมื่อวาน พรุ่งนี้ต้องไปชายแดนต่อ ส่วนทุกหม้อของหม้อแม่จูน ตั้งแต่หม้อแรกเลย เริ่มตั้งแต่วันนี้ ทุกงานที่เราไปทั่วประเทศ เราจะเอาเงินทุกหม้อ เพื่อร่วมกัน แม่จูนเตรียมโอนเลย ทุกจังหวัดที่อยู่ชายแดน พรุ่งนี้เราเริ่มที่บุรีรัมย์ก่อน แล้วจะไปตราด อุบลฯ สระแก้ว พรุ่งนี้บุรีรัมย์ เนื่องด้วยคนอพยพกันมานาน เราจะเอาเงินนี้ไปดูแล ทำอาหาร ทำโรงครัวให้อาสา ให้ผู้อพยพ โดยเฉพาะลำเลียงเอาอาหารไปตามฐานต่างๆ เราไม่ได้เข้าไปเอง เพราะเราเข้าไปเองไม่ได้อยู่แล้ว แต่จะมีจุดที่เขาจะเอาไปกระจายให้ทหารชายแดน ตรงนี้เราอยากทำมาก ทหารเราต้องกินดีกว่าเพื่อน

ตอนนี้ความต้องการที่ชายแดน สำหรับผู้อพยพมากแน่ๆ เพราะเขาออกมาจากบ้าน เขาจะหากินอะไร ยิ่งเราไปอำนวยความสะดวก เอาอาหารไปให้เขาทานได้มันก็ดี มันพอๆ กับน้ำท่วม ไม่รู้บ้านใครจะโดนระเบิดหรือเปล่า อาจเสียชีวิตด้วย มันพอๆ กันเลย ตรงนี้เปิ้ลว่าเป็นหน้าที่คนไทยทุกคน ที่จะมาร่วมกับทหารที่ปกป้องแผ่นดินของเรา”

เปิ้ล เผยต่อว่า “สำหรับสถานการณ์ชายแดนรอบที่สอง ตัวเองก็ไม่ได้คลุกวงในอะไร แต่รู้สึกว่ามันหนักมาก หนักพอๆ กับน้ำท่วม อาจหนักมากกว่าอีก มันเป็นการมาเอาดินแดนของเรา ซึ่งเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคน ต้องให้กำลังใจกันแล้ว อย่างน้อยกำลังครอบครัวเราก็น้อยนิด เราขายหม้อแม่จูนได้มันก็น้อยนิด แต่แสดงถึงกำลังใจมากกว่า ที่คนไทยทุกคนสมมุติมาซื้อหม้อแม่จูนเรา เท่ากับเขามีส่วนได้ช่วยทหารไทย ทหารชายแดน คนที่อพยพ ช่วยในการรบครั้งนี้ดีกว่า

ก่อนหน้านี้เราเอาอาหารไปให้ทหารเขา ที่ นย. ยังไม่นึกเลยว่าจะเกิดวันนี้ขึ้นอีก จะเกิดเรื่องหนักมาอีกแล้ว ไม่รู้แหละ ขึ้นเวทีแล้วต้องต่อยให้คว่ำ เหมือนนักมวย ตอนนี้มันเริ่มแล้ว ถ้าเรามาเล็งๆ กั๊กๆ กลัวๆ เราก็โดนเขาต่อยนะ ไม่ได้นะ ไม่ได้ยุให้คนทะเลาะกัน ไม่ได้ยุให้คนตายนะ แต่จังหวะนี้แล้ว มันต้องฝ่ายหนึ่ง มันเจ็บทั้งคู่ ต้องจบและสยบ ก็เจรจาด้วย (จูน : “เรารู้อะไรกับเขาเหรอ (หันถามเปิ้ล) อยู่เฉยๆ เหมือนไปเจรจากับเขาด้วย”) ไม่ ฝ่ายเจรจาก็เจรจาไปสิ ทำให้ดีที่สุดไป ฝ่ายลุยก็ลุยอยู่ข้างๆ หน้าที่ใครหน้าที่มัน

ส่วนเรื่องประนีประนอม มันเหมือนขึ้นเวทีไปแล้ว พอเรายกการ์ดลง เราจะโดนต่อยหลับไหมล่ะ ตรงนี้มันแน่หรือเปล่า อังเคิล อยากบอกทหารพี่น้องทุกคน ตอนนี้คนไทยเป็นห่วงทหารทุกคนมากๆ อยากให้กำลังใจครอบครัวทหารทุกคนด้วย เราเชื่อว่าเขานอนไม่หลับ ยิ่งกว่าทหารอยู่ข้างหน้า ทหารอยู่ข้างหน้าใจเขาพร้อมเพื่อแผ่นดิน แต่คนอยู่ข้างหลัง เอาเป็นว่าพวกเราคนไทยพร้อมซัพพอร์ตครอบครัวของทุกคนด้วยนะ พ่อแม่นอนให้หลับ ลูกของพ่อแม่ทุกคน มีเกียรติมีศักดิ์ศรี เขาทำเพื่อชาติ จงภูมิใจเลย พ่อแม่พี่น้อง ลูกเมียทหารทุกคน จงภูมิใจ พวกเราเชียร์ครับ”

จูน เผยว่า “ลูกค้าที่มาซื้อ จูนจะแบ่งส่วนหนึ่งไปช่วยชายแดน ส่วนที่ช่วยเพราะคนตราด ตอนนี้บ้านจูนออกจากบ้านมาแล้วค่ะ เขาสั่งให้ออก รอบที่แล้วไม่ได้ออก เราเลยอินเรื่องพวกนี้มาก เราพอจะรู้ เราพอเห็นภาพ ที่บ้านไม่ได้ตกใจ เขาอยู่แบบนี้กันตั้งแต่เกิด แต่คราวนี้หนัก เชื่อไหมที่นั่นเขาให้ความร่วมมือกันหมดเลย ให้ออกคือออก เพราะมันเป็นการอำนวยความสะดวกให้พี่ๆ ทหารทำงานกันได้อย่างเต็มที่ สภาพจิตใจก็หดหู่เช่นกัน เราก็เป็นคนพื้นที่ ไม่ผิดเลยที่จูนจะอินกับเรื่องนี้ และทำอาหารไปให้พี่ๆ ที่อพยพมา บางส่วนก็ไปตามโรงเรียน ส่วนกำลังใจให้เต็มร้อยอยู่แล้ว อย่างพี่เปิ้ลพูดไป เชื่อว่าคนไทยให้กำลังใจจริงๆ จูนก็ขอเป็นกำลังใจด้านอาหารแล้วกันที่จูนถนัด เราก็วางแพลนกันแล้วล่ะว่าเราจะทำอะไรบ้าง เดี๋ยวรอคำตอบ”