เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 12 ธ.ค. 2568 ระบุตามที่ได้เกิดการสู้รบตามแนวชายไทย-กัมพูชา โดยมีผลการปฏิบัติที่สำคัญดังนี้
สถานการณ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นมา สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ยังคงเกิดการปะทะต่อเนื่อง โดยฝ่ายกัมพูชาใช้อาวุธยิงสนับสนุนและยุทโธปกรณ์หลายประเภทเข้ามาในพื้นที่ฝ่ายไทยในหลายจุดสำคัญ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อกำลังพลและประชาชนในพื้นที่ทภ.2 ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และดำเนินการตอบโต้ภายใต้หลักการป้องกันตนเองและกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด โดยในวันนี้ฝ่ายกัมพูชาได้ยิงปืนใหญ่ จรวดบีเอ็ม-21 และโดรนพลีชีพโจมตีฝ่ายเราตลอดทั้งวัน มีเหตุการณ์สำคัญดังนี้
พื้นที่ช่องอานม้า อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค. , อาวุธ ป. และ บีเอ็ม-21 พร้อมใช้อากาศยานไร้คนขับโจมตี ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยโดรนทิ้งระเบิดและอาวุธยิงสนับสนุน
พื้นที่พระวิหาร – ห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., อาวุธ ป. และ บีเอ็ม-21 ฝ่ายเราปฏิบัติตามแผน ใช้หน่วยดำเนินกลยุทธ์และอาวุธยิงสนับสนุนตอบโต้
พื้นที่ภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., อาวุธ ป., บีเอ็ม-21 และโดรนแบบทิ้งระเบิดและ เอฟพีวี ฝ่ายเรายึดพื้นที่และดำเนินการตอบโต้ตามสถานการณ์
พื้นที่ช่องจอม – ช่องระยี – ปลดต่าง อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธปืนเล็กและ ค. โดยไม่มีการใช้อากาศยานไร้คนขับ ฝ่ายเราทำการตรึงกำลังตามแนววางกำลังต่อเนื่อง
พื้นที่ช่องคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ค., อาวุธ ป. และ บีเอ็ม-21 ฝ่ายเรายึดครองที่หมายสำคัญได้ และยังคงปฏิบัติการควบคุมพื้นที่ให้เป็นไปตามแผน
พื้นที่ปราสาทตาควาย – เนิน 350 อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ปรส., ค., อาวุธ ป., บีเอ็ม-21, ถ. และอากาศยานไร้คนขับ ฝ่ายเราปฏิบัติการตามแผนต่อเนื่องที่หมาย
พื้นที่ปราสาทตาเมือน อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ฝ่ายกัมพูชาทำการโจมตีด้วยอาวุธ ปรส., ค., อาวุธ ป., บีเอ็ม-21 ฝ่ายเราทำการตรึงพื้นที่ตามแนววางกำลัง
ทภ.2 ยืนยันว่า จะดำเนินมาตรการทุกด้านอย่างเต็มขีดความสามารถ เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน และปกป้องอธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน และศักดิ์ศรีของประเทศชาติ อย่างถึงที่สุด



