เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความสรุปเกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร และผลที่เกิดขึ้นหากไม่เลือกพร้อม กรณีมีเหตุจำเป็นที่อาจทำให้ไม่อาจเลือกตั้งตามวันที่กำหนดใว้ อาทิ มีเหตุจำเป็น หรือมีประกาศกฎอัยการศึก
1. ทำไมต้องเลือกตั้งพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร กรณีหากจัดให้มีเลือกตั้งไม่พร้อมกันทั่วราชอาณาจักร จะยังผลให้การเลือกตั้ง “เป็นโมฆะ” คือ เสียเปล่า ไม่มีผลบังคับตามกฎหมายตั้งแต่แรก นั้นหมายความว่า เสียหาย สูญเปล่า ทั้งในแง่ผลการเลือกตั้ง เสียเวลาของผู้เกี่ยวข้อง เสียงบประมาณของหลวง เงินทอง ทรัพย์สินของเอกชน ผู้สมัคร พรรคการเมือง และเสียโอกาสในการพัฒนาประทศ เป็นต้น
2. กรณีมีเหตุจำเป็นจะมีแนวทางในการทำให้เลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วนอกราชอาณาจักรได้อย่างไร 2.1 แนวทางแรก เลือกตั้งตามวันเลือกตั้ง “วันเดิม” ที่ กกต. กำหนดใว้ตาม มาตรา 103 ของรัฐธรมมนูญ กล่าวคือเลือกตั้งภาย 60 วันหลังมีการยุบสภา (ไม่เลื่อนวันเลือกตั้งออกไป หรือไม่กำหนดวันเลือกตั้งใหม่) โดยหลักการ “นำคน (ผู้มีสิทธิ) ไปหาหน่วย” เป็นการบริหารในสถานการณ์พิเศษ หรือพื้นที่พิเศษ (กรณีนำหน่วยมาหาคน (ผู้มีสิทธิ) ยังมีข้อจำจัดทางกฎหมายอยู่) 2.2 เลือกตั้งตามวัน ที่กำหนดขึ้นใหม่ ตามมาตรา 104 กรณีมี “เหตุจำเป็น” แต่ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่เหตุจำเป็นนั้นสิ้นสุดลง (เหตุจำเป็นมีลักษณะปลายเปิด แต่การกำหนดวันเลือกตั้งมีลักษณะปลายปิด)
3. ประกาศกฎอัยการศึกมีผลกับการเลือกตั้งหรือไม่ โดยประกาศกฎอัยการศึกเป็นการประกาศเพื่อความสงบเรียบร้อย หรือความปลอดภัยของประเทศ จากภัยที่อาจเกิดจากภายในหรือภายนอกประเทศก็ได้ จะประกาศครอบคลุมทั่วราชอาณาจักร หรือบางพื้นที่ก็ได้ ประกาศกฎอัยการศึกจะเป็นเหตุจำเป็นตามมาตรา 104 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ต้องพิจารณาเป็นรายกรณีไปว่าแต่ละฉบับมีสาระสำคัญอย่างไร กระทบต่อการจัดให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ ไม่ใช่ทุกกฎอัยการศึกจะเป็นเหตุจำเป็นตามมาตรา 104 เมื่อพิจารณาว่าเป็นเหตุตามมาตรา 104 จึงมาพิจารณาตามแนวทางตามข้อ 2 ข้างต้น
อนึ่ง ไม่ว่าจะเหตุจำเป็นหรือไม่ เมื่ออายุสภาสิ้นสุดลง กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทุกครั้งตามมาตรา 102 หรือมาตรา 103 ก่อน จึงจะไปใช้มาตรา 104 ได้.



