เมื่อเวลา 18.25 น.วันที่ 13 ธ.ค. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ถึงกรณีนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย โพสต์ข้อความระบุว่าในเวลา 22.00 น.ของวันนี้ ประเทศไทยและกัมพูชาจะเริ่มกระบวนหยุดยิง ก่อนหน้านี้ได้คุยกันหรือไม่  ว่า ได้พูดคุยกันมาตลอด แต่ไม่มีครั้งไหน ที่บอกว่า จะต้องทำข้อตกลงในการหยุดการดำเนินการใดๆ เมื่อถามว่าสถานการณ์ล่าสุดกองทัพได้รายงานเข้ามาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า วันนี้อยู่กับเสนาธิการทหารบก ได้รายงานว่าได้ดำเนินการตามแผนที่วางไว้

เมื่อถามต่อว่า หากฝ่ายกัมพูชารับข้อเสนอของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย แล้วฝ่ายไทยไม่ยอมรับ จะถูกมองว่าเป็นฝ่ายที่ไม่ยอมยุติหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า การตอบรับว่า จะทำอะไรก็แล้วแต่ต้องหารือพูดคุยกันก่อน และต้องมีท่าทีที่จริงใจชัดเจน ว่า ต้องการหยุดการปะทะ หยุดทำร้ายซึ่งกันและกัน ฝ่ายไทยเป็นฝ่ายถูกรุกราน คุกคามอธิปไตย ที่ตอบโต้ไปนั้นเพื่อป้องกันอธิปไตยป้องกันประชาชน และทำให้เห็นว่า อย่าได้เข้ามาทำร้ายประเทศไทย ในขณะที่เรากำลังแสดงท่าที ว่ากำลังปกป้องอธิปไตย ซึ่งคงไม่มีใครมาบอกว่าเวลา 22.00 น. ให้ต่างคนต่างถอย และหยุดยิงกัน ถ้าคิดด้วยสามัญสำนึกปกติ เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะหยุดยิงจริงๆ กัมพูชาต้องเสนอข้อดำเนินการมาที่ประเทศไทย  ไม่ใช่ให้ผู้นำประเทศอื่นมาพูด เพราะเรามีเรื่องกันอยู่ ถ้าจะดำเนินการใดที่อยากหยุดข้อพิพาทกัน ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเสนอมา  เช่น เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมาที่บอกว่า หยุดยิงแล้ว แต่ตอนเช้าก็ยังมีเป้าหมายที่ไม่ใช่ทางทหาร และมาโดนประชาชนของไทย ทำให้เกิดความเสียหาย ดังนั้น การกระทำมันชัดเจนอยู่แล้ว การจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ต้องมาทำด้วย ถ้าหยุดจริงก็ต้องหยุดยิงให้เห็น และต้องถอนเรื่องการยิง ไม่ใช่ปืนยังเล็งมาที่ประเทศไทย และพร้อมยิงอยู่ตลอด ถ้าอยากหยุดจริงก็ต้องหยุดทั้งหมด หยุดความพร้อมทุกอย่าง และถอยกลับไป  คนที่จะประเมิน คือ ประเทศไทย ว่า แบบนี้เริ่มคุยกันได้ ซึ่งเป็นวิธีการถูกต้อง ไม่ใช่ใช้การพูดคุยผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะนี่เป็นเรื่องของประเทศ

เมื่อถามถึงกรณีที่กัมพูชาไม่ยอมเปิดด่านให้คนไทยกลับประเทศ นายกฯ กล่าวว่า เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็น เพราะคนไทยมีสิทธิ์ที่จะกลับบ้านได้ตลอดเวลา เมื่อถามต่อว่าเรื่องนี้จะเป็น 1 ในเงื่อนไขในการนำไปพูดคุยเจรจาหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า น่าจะไม่ถึงจุดที่จะเอาประชาชนมาเป็นตัวประกัน เพราะเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่คิดว่าเรามีแผนเผชิญเหตุทุกเหตุอยู่แล้ว  

โดยในช่วงนี้ นายกฯ ได้หันไปทางสื่อมวลชนพน้อมบอกว่า ไปถามพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบกบ้าง  โดยพล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวเสริมว่า “ลองไปถาม คุณพ่อ คุณแม่ ภรรยาและลูก ของกำลังพลที่เสียชีวิตทั้ง 15 นาย ตั้งแต่จ่าสิบเอก ศตวรรษ สุจริต ไปจนถึง พลทหาร กฤตฎิกร สร้อยระย้า ดูว่า เป็นอย่างไร”