เมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเวลาประมาณ 06.06 น. ทหารกัมพูชาเริ่มระดมยิงจรวด BM-21 เข้ามาในพื้นที่ชายแดนด้านปราสาทตาควาย เนิน 350 แต่เช้า และเสียงปืนตอบโต้จากไทยก็เริ่มดังเป็นระยะ คาดว่าจะมีการยิงใส่กันตลอดทั้งวันเหมือนเช่นทุกวันที่ผ่านมา ในพื้นที่ปราสาทตาควาย เนิน 350 ช่องกร่างและปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน เกิดการสู้รบกันอย่างดุเดือด เนื่องจากกัมพูชาต้องการยึดปราสาทตาควายและเนิน 350 ที่เป็นจุดสูงข่ม

หลังจาก ตั้งแต่ช่วงบ่ายวานนี้ (14 ธ.ค. 68) จนถึงช่วงค่ำ กัมพูชาได้ยิงระดมจรวด BM-21 เข้ามายังฝั่งไทย ลูกจรวดกระจายตกใส่บ้านเรือนราษฎร วัดและเรือกสวนไร่นาและป่าสวนยางในพื้นที่ตำบลบักได อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ เป็นจำนวนมาก ขณะเดียวกันเสียงปืนใหญ่จากฝั่งไทย ได้ยิงสวนกลับอย่างทันท่วงที เสียงดังสนั่นหวั่นไหวเป็นชุดๆ เช่นกัน และเสียงปืนเริ่มเบาบางลงในเวลาประมาณ 22.00 น.

ขณะเดียวกันฝ่ายปกครองอำเภอพนมดงรัก พร้อมด้วยทหาร ตำรวจ ได้นำอาหาร มีข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำดื่ม และเวชภัณฑ์ยารักษาโรค มามอบให้กับผู้นำหมู่บ้านในพื้นที่ตำบลบักได พร้อมแจ้งว่าพื้นที่อำเภอพนมดงรัก ได้ประกาศให้เป็นพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึกแล้ว ให้ผู้นำชุมชนได้มีการตรวจตราอย่างเข้มงวด ทั้งสอดส่องในเรื่องการลักขโมยทรัพย์สินซ้ำเติมชาวบ้าน รวมทั้งการให้ข่าวต่อสื่อมวลชนให้มีความระมัดระวังเป็นอย่างพิเศษ ระวังการเปิดเผยพิกัดจุดตั้งในพื้นที่ เมื่อพื้นที่ได้ประกาศเป็นเขตกฎอัยการศึก จึงขอให้ผู้นำชุมชนมีอำนาจในการดำเนินการตามกฎหมายได้อย่างเต็มที่ตามสถานการณ์ รวมทั้งห้ามประชาชนกลับเข้าพื้นที่ 100%

ขณะที่ตามจุดต่างๆ ที่ชุด ชรบ.ประจำการอยู่ ก็ได้มีการเฝ้าสังเกตการณ์และระมัดระวังตนเอง โดยการปิดไฟส่องสว่างให้เหลือน้อยที่สุด ป้องกันการตรวจจับของโดรนกัมพูชา และติดตามการแจ้งเตือนจากหน่วยงานต้นสังกัดอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของผู้นำชุมชนและ ชรบ.

ส่วนที่ชายแดนช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง เช้านี้ยังไม่มีเสียงปืนยิงเข้ามาในพื้นที่ แต่ยังคงประมาทไม่ได้ เนื่องจากพบข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊กของ “วาสนา นาน่วม” ที่ได้โพสต์ข้อความเมื่อช่วงเย็นวานนี้ ระบุว่า “ทัพ 2 เผย ทหารเขมรเสริม 300 นาย บุกจะยึดคืนช่องจอม-ช่องระยี-ปลดต่าง สุรินทร์ ยิงปืนเล็ก ค. เป็นห้วงๆ หลังไทยยึดได้” ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีกครั้ง