นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงโครงการประกันรายได้ข้าวและยางพารา ว่า หลังจาก ครม.ได้อนุมัติกรอบวงเงิน 3 โครงการ คือ 1. โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 เพิ่มเติม 2. โครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2564/65 ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ และ 3. โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 โดยเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ขึ้นทะเบียนและมีสิทธิจะได้ประโยชน์และการช่วยเหลือจาก 2 โครงการข้าวพร้อมกัน คือการประกันรายได้และค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว โดยมีครอบครัวเกษตรกรข้าวและยางพาราที่ได้รับประโยชน์กว่า 6.57 ล้านครัวเรือน รวมวงเงินรวม 138,224.76 ล้านบาท

ล่าสุดในการจ่ายเงินให้กับเกษตรกรในโครงการทั้งหมด คณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) หรือ บอร์ด ธ.ก.ส. ได้มีมติอนุมัติการโอนเงินให้กับเกษตรผู้มีสิทธิ ดังนี้

-โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2564/65 เพิ่มเติม จํานวน 74,569.31 ล้านบาท เกษตรกรได้รับประโยชน์ 4.69 ล้านครัวเรือน เริ่มโอนวันที่ 9-13 ธ.ค. 64

– โครงการช่วยเหลือค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิต เกษตรกร ในอัตราไร่ละ 1,000 บาท สูงสุดไม่เกิน 20 ไร่ วงเงินงบประมาณจํานวน 53,871.84 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกรจํานวน 4.57 ล้านครัวเรือน เริ่มโอน 13-17 ธ.ค. 64

-โครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 วงเงินงบประมาณจํานวน 9,783.61 ล้านบาท เป้าหมายเกษตรกร 1.88 ล้านราย พื้นที่สวนยางกว่า 19.16 ล้านไร่  เริ่มโอนเงิน 20 ธ.ค. นี้ เป็นต้นไป

สำหรับการเร่งรัดดำเนินการโครงการประกันรายได้เกษตรผู้ปลูกข้าวและยางพารา เป็นไปตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดหาแหล่งเงิน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในช่วงที่ราคาพืชเกษตรตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อรายได้ โดยเป็นการช่วยเหลือส่วนต่างรายได้ และยังมีโครงการเกษตรอื่นเพิ่มเติม ทั้งการส่งเสริมการทำเกษตรแปลงใหญ่ การปลูกพืชแบบผสมผสาน การเกษตรสมัยใหม่ การวิจัยและพัฒนาพันธุ์พืช เน้นปรับวิธีการ ทำน้อย ได้มาก เป้าหมายสูงสุดคือ พลิกโฉมการเกษตรไทย ให้หลุดพ้นความยากจนและการเกษตรสามารถเป็นอาชีพอย่างยั่งยืน