นางหทัยชนก ชินอุปราวัฒน์ รองผู้อำนวยการ สำนักงานสถิติแห่งชาติ( สสช.) เปิดเผยว่า สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ทำการสำรวจยอดขายรายไตรมาส จากสถานประกอบการที่มีคนทำงานตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ทั่วประเทศ จำนวน 10,000 แห่งในไตรมาส 3 ของปี 68 พบว่า ธุรกิจการขายปลีกสินค้าและการบริการ ทั่วประเทศ มีมูลค่ายอดขาย/รายรับ จำนวน 1,732,031 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2 % เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 68 และเมื่อพิจารณาแต่ละประเภทธุรกิจพบว่า ธุรกิจทุกประเภทมีรายรับเพิ่มขึ้น ได้แก่ ธุรกิจการขายปลีก 1,308,021 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ธุรกิจการบริการอาหารและเครื่องดื่ม 184,923 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% ธุรกิจที่พักแรม 146,126 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.6% ธุรกิจการซ่อมของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน ฯลฯ จำนวน 42,183 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6%

ส่วน ธุรกิจเกี่ยวกับกิจกรรมศิลปะความบันเทิงและนันทนาการ จำนวน 24,407 ล้านบาท เพิ่มขึ้น1.2% ธุรกิจการผลิตภาพยนตร์ วีดิทัศน์ และรายการโทรทัศน์ การบันทึกเสียงลงบนสื่อ ฯลฯ จำนวน 21,989 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% และธุรกิจการให้เช่าของใช้ ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน ฯลฯ จำนวน 4,379.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.3%

นางหทัยชนก กล่าวต่อว่า การสำรวจทำให้เห็น ภาพรวมของธุรกิจการขายปลีกสินค้าและการบริการทั่วประเทศ ในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มีมูลค่ารายรับเพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 ปี 68 เกือบทุกประเภทโดยที่มีรายรับเพิ่มมากที่สุด คือ ธุรกิจที่พักแรม ที่มีรายรับขยายตัวเพิ่มขึ้นสูงถึง 6.6% ส่วนรองลงมาคือ ธุรกิจการให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือน ฯลฯ มีรายรับเพิ่มขึ้น 4.3% และธุรกิจการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีรายรับเพิ่มขึ้น 3% ตามลำดับ นอกจากนี้หากดูในส่วน สินค้ามูลค่าคงเหลือที่ลดลง พบว่า ธุรกิจค้าปลีก ลดลงมากที่สุด คือ -16.7% ขณะที่กลุ่มธุรกิจ เสื้อผ้า รองเท้า สินค้าทางเภสัชกรรม เครื่องหอม มี สินค้ามูลค่าคงเหลือ เพิ่มขึ้น 28.1% แสดงให้เห็นว่าภาพรวมธุรกิจประเภทต่างๆมีรายรับจากยอดขายที่เพิ่มมากขึ้น แต่ ยังมีธุรกิจ หรือสินค้าบางประเภท ที่ยังมีสินค้าที่คงเหลือ หรืออยู่ในสต๊อกที่เพิ่มมากขึ้น แต่ภาพรวมแล้วประชาชนมีการใช้จ่ายซื้อสินค้าที่เพิ่มามากขึ้นในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา



