ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมาย หลังพรรคเพื่อไทย (พท.) เปิดรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค 3 คน ในกิจกรรม “ยกเครื่องประเทศไทย เพื่อไทยทำได้” ประกอบด้วย “นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” ชื่อเล่น “เชน” บุตรชายนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ และนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เป็นนักวิชาการ เคยทำวิจัยด้าน Brain-Computer Interface (BCI) หรือการเชื่อมต่อสมองกับคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยเหลือคนพิการที่ร่างกายขยับไม่ได้ แต่สมองยังทำงานจากเคสคนที่ประสบอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์มาแล้ว ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล และเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ เคยลงสมัครสส.เขต 3 จ.เชียงใหม่ ในการเลือกตั้งเมื่อปี พ.ศ.2557 แต่การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ต่อมาในช่วงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร มีข่าวว่า นายยศชนัน จะถูกทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ แต่ได้ปฏิเสธ โดยกล่าวว่ายังไม่คิดรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ โดยขอมุ่งเน้นไปกับงานด้านวิชาการ

ก่อนหน้านั้น นางเยาวภา หรือ “เจ๊แดง” ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 68 ถึงกระแสที่ชื่อของนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ อาจเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พท.ว่า เป็นเรื่องที่พรรค พท.และตัวเขาเองต้องคุยกัน ลูกชายมีวุฒิภาวะคิดเองได้ และมีครอบครัวแล้ว จึงไม่สามารถคิดแทนหรือชี้นำได้ หากลูกชายสนใจการเมือง ผู้เป็นพ่อแม่ย่อมสนับสนุน พร้อมปฏิเสธการเข้าไปมีบทบาทกำกับทิศทางการเมืองของพรรค พท. โดยวางมือแล้ว ช่วงนี้ห่วงใยนายทักษิณมากกว่าเรื่องการเคลื่อนไหวในพรรค โดยการเยี่ยมในวันนี้ไม่มีการพูดคุยเรื่องการเมือง

อีกสองคน คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการเลือกตั้งพรรค พท. เคยเป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีหลายกระทรวง อยู่ในพรรค พท. มาตั้งแต่ยุคไทยรักไทย (ทรท.) คนในพรรคต่างให้การยอมรับ และนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค พท. เป็นนักการเมืองรุ่นกลางที่มีความรู้ความสามารถ ขึ้นเวทีดีเบตในนามพรรคเพื่อไทยได้ และมีประสบการณ์เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว

ทั้งนี้ “นายยศชนัน” แคนดิเดตนายกฯ คนที่สาม กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ตอนหนึ่งว่า ได้รับการปลูกฝังว่า ความรู้ ความขยันคือหนทางเปลี่ยนชีวิตประเทศไทยผ่านวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ปี 2540 สามารถฟื้นตัวได้จากความเชื่อมั่น ว่า คนไทยทำได้ อย่างพรรคไทยรักไทย (ทรท.) ในอดีตที่สร้างนโยบายเปลี่ยนชีวิตประชาชน ปลดวิกฤติให้ประเทศ แต่ตลอดเส้นทางเผชิญความไม่เป็นธรรมซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนถึงปัจจุบันปี 68 ประเทศไทยเผชิญ Perfect Storm ทั้งเศรษฐกิจ ภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านทางเทคโนโลยี นายกฯ พรรค พท. แก้ปัญหาเหล่านี้เต็มที่ แต่สถานการณ์การเมืองไทย ทำให้ต้องเปลี่ยนนายกฯ ปีละครั้ง แต่ทำได้ขนาดนี้ต้องชื่นชมอดีตนายกฯ พรรค พท. 

นายยศชนัน กล่าวว่า ในฐานะแคนดิเดตนายกฯ พรรค พท. จะนำประเทศไทยพ้นวิกฤติที่กำลังเผชิญไปให้ได้ มีเป้าหมายยกระดับประเทศไทย สู่ประเทศรายได้สูงให้เร็วที่สุด ใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และเอไอ เป็นแกนหลัก ขณะเดียวกันบทบาทภาครัฐเองต้องปรับตัว เพื่อรองรับเศรษฐกิจมูลค่าสูง สิ่งที่รัฐบาลต้องเดินหน้า 3 ด้าน คือ 1.สร้างความมั่นคงรอบด้าน ทั้งการทหาร ความมั่นคงไซเบอร์ ความมั่นคงด้านอาหาร พลังงาน และการรับมือ Climate Change ควบคู่การทูตที่รักษาสมดุลผลประโยชน์ของไทย 2.สร้างความเชื่อมั่นผ่านการฟื้นฟูหลักนิติธรรมคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ใช้ Digital Goverment สร้างความโปร่งใส ป้องกันการคอร์รัปชัน 3.การวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ตั้งแต่คมนาคม โลจิสติกส์ ความปลอดภัยด้วยเอไอ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล พลังงานสะอาด ทุกคนต้องได้รับโอกาสเติบโตที่เท่ากัน ต้องได้รับโอกาสเท่ากัน ไม่ได้ทำเพื่อพรรคการเมืองใด แต่ทำเพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง มีหัวใจอยู่ที่ประชาชน 

“การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่การเดินทางของพรรค พท. แต่เป็นการเดินทางให้เรากลับมาช่วยสร้างประเทศขึ้นใหม่อีกครั้ง วันนี้ทุกคนจากพรรค ทรท.ที่ไม่ได้รับความยุติธรรม ทุกคนกลับมาที่บ้านของพวกเราบวกกับคนรุ่นใหม่พรรค พท. มารวมกัน มั่นใจว่า เราทำได้ เริ่มจากวันนี้ เวลานี้ วินาทีนี้ยกเครื่องประเทศไทย ถ้า พท.ทำได้ ประเทศไทยก็ทำได้แน่นอน” นายยศชนัน กล่าว

ด้าน “นายจุลพันธ์” กล่าวต่อว่า พรรค พท.ได้มีการรับฟังเสียงสมาชิก ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบัน ดูจากความต้องการของประชาชน วันนี้เราต้องการคนที่จะมาเป็นนายกฯ นำพาประเทศไทยพ้นจากความขัดแย้งและก้าวไปสู่เศรษฐกิจที่จะนำเทคโนโลยี เอไอความรู้สมัยใหม่เข้ามาบวกประสาน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งบุคคลที่มีความเหมาะสมที่จะเป็นนายกฯ ในนามพรรค พท.คือนายยศชนัน

“เพื่อสร้างความชัดเจนให้กับสังคม นายยศชนันคือคนที่เราจะเสนอเป็นนายกฯ เมื่อเราประสบชัยชนะจากการเลือกตั้ง ส่วนอีก 2 คน ไม่ได้มีการเรียงลำดับ แต่มีความพร้อมในการทำงานกรณีที่มีความจำเป็น ดังนั้น ทั้ง 3 คนที่นั่งอยู่ตรงนี้มีความพร้อม มีคุณสมบัติครบถ้วน และมีศักยภาพเพียงพอที่จะทำงานให้กับประเทศไทย” นายจุลพันธ์ กล่าว

ถ้าหากติดตามความรู้ความสามารถ หลายคนไม่ปฏิเสธคุณสมบัติของ “นายยศชนัน” เพียงแต่ว่า การถูกวางตัวให้เป็นนายกฯ หากพรรค พท.ชนะเลือกตั้ง คำถามตามมานั้น หนีไม่พ้น ยังอยู่ภายใต้ร่มเงาตระกูล “ชินวัตร” และจะมีอิสระในการทำงานหรือไม่ มีคนครอบงำหรือเปล่า

ส่วนความเคลื่อนไหวของอีกพรรคหนึ่ง ที่ถูกจับตามองคือ “พรรคกล้าธรรม (กธ.)” ที่ถือเป็นตันแปรทางการเมือง ซึ่งมีการเปิดตัวอดีตสส.ในกลุ่มของของ “นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน” อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ประกอบด้วย 1.นายประมวล พงศ์ถาวราเดช อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์ 2.พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ อดีต สส.สงขลา 3.นายยูนัยดี วาบา อดีต สส.ปัตตานี 4.นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อดีต สส.อุบลราชธานี 5.ว่าที่ร้อยโทยุทธการ รัตนมาศ อดีต สส.นครศรีธรรมราช 6.น.ส.สุพัชรี ธรรมเพชร อดีต สส.พัทลุง 7.นายชาตรี หล้าพรหม อดีต สส.สกลนคร 8.น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร อดีตโฆษกพรรคปชป. 9.นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์  อดีต สส.บัญชีรายชื่อ 10.นายฐิตินัย ตั้งบูรพากิจ สจ.ประจวบคีรีขันธ์ 11.นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ อดีต สส.ประจวบคีรีขันธ์ นอกจากนี้ ยังมี จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ  รมช.อุตสาหกรรม มาร่วมด้วย ทั้งนี้ นายเฉลิมชัย และนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีตเลขาธิการพรรค ปชป. ไม่ได้เดินทางมาในครั้งนี้ด้วย 

โดยนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด คงจะไม่มีการหลบหรือเลี่ยงในลักษณะนั้น เราสู้เต็มที่ในจุดที่เราจะไปรับใช้ประชาชน และผู้สมัครทุกคนมีความจริงใจ ต้องการไปรับใช้ประชาชนจริงๆ พรรคจะสนับสนุนทุกคนอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่า มั่นใจว่าจะสู้กระแสของพรรค ปชป. และพรรค ภท.ในภาคใต้ได้หรือไม่ นางนฤมล กล่าวว่า ทุกพรรคมีกระแสของตัวเอง เราไม่กังวล เมื่อถามว่า หลังเลือกตั้งคิดไว้หรือยังว่าจะจับมือตั้งรัฐบาลกับพรรคใด นางนฤมล กล่าวว่า ยังไม่มีใครในใจ รอผลการเลือกตั้งก่อน ขอไม่คุยอะไรล่วงหน้า การทำงานการเมืองต้องทำงานได้กับทุกพรรค เมื่อถามว่าจะมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเมื่อไหร่ นางนฤมล กล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ.เป็นแคนดิเดตนายกฯ อันดับ 1 แน่นอน  

ด้านนายประมวล กล่าวว่า ไม่ว่าจะอยู่ไหนไม่เคยพูดถึงเก้าอี้ เพราะเราเห็นนโยบายของพรรค กธ. ที่ช่วยเหลือเกษตรกร และเราพยายามดำเนินการ เพราะเป็น สส.บ้านนอก ต้องดูแลปากท้องพี่น้องประชาชน 

ก่อนหน้านั้นหลายคนคาดหมาย พรรค กธ. อาจจะได้ สส.สูงถึง 70 คน ต้องรอดูว่าจะมีนักการเมืองจากค่ายต่างๆ ไหลเข้าพรรคสีเขียวอีกหรือไม่ แต่ที่น่าสนใจคือวางตัวให้ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ประธานที่ปรึกษาพรรค กธ. ให้เป็นแคนดิเดตนายกฯ หมายเลขหนึ่ง

“ทีมข่าวการเมือง”