เมื่อวันที่ 17 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวว่า ในส่วนของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ล่าสุดยังเกิดการปะทะต่อเนื่อง ฝ่ายกัมพูชายังโจมตีมายังบริเวณชายแดน โดยมีพื้นที่สําคัญ ปราสาทตาควาย อําเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ โดยเฉพาะเนิน 350 และพื้นที่อื่นตลอดแนว หวังเข้ามายึดครองพื้นที่ แต่ถูกฝ่ายไทยสกัดกั้นป้องแนวรบอย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนในช่วงบ่าย กัมพูชาโจมตีบ้าน 3 หลัง จังหวัดตราด หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน ได้ตอบโต้ สามารถป้องกันและยึดพื้นที่ได้สําเร็จแล้ว 100 เปอร์เซ็นต์ และปักธงชาติไทยเรียบร้อยแล้ว
ด้าน พ.ต.หญิง กัญญ์ณณัฐ พรนิพัทธ์กุล ผู้ช่วยโฆษกกองทัพบก (ผช.โฆษก ทบ.) กล่าวว่า โดยความเสียหาย ฝ่ายไทยครอบคลุมทุกจังหวัด ถูกอาวุธหนัก BM-21 โจมตีบ้านเรือนประชาชน ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต กองทัพภาคที่ 1 (ทภ.1) อ.ตาพระยา อ.โคกสูง จ.สระแก้ว มีกระสุนตก 13 จุด กองทัพภาคที่ 2 (ทภ.2) จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ บุรีรัมย์ มีกระสุนตก 92 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 105 จุด มี บ้านเรือนเสียหาย 27 หลังคาเรือน ประชาชนเสียชีวิต 1 ราย กระทบอาคารสถานพยาบาล 1 แห่ง ศาสนสถาน 4 แห่ง สถานศึกษา 1 แห่ง ยืนยันว่า การรบควรจะเกิดระหว่างทหารกับทหาร และไม่ควรกระทบประชาชน ทบ. ขอประณามการกระทําของกัมพูชา ละเมิดหลักสิทธิมนุษยชนและกติกาสากลระหว่างประเทศ พร้อมทั้งรวบรวมหลักฐานนําไปให้ส่วนที่เกี่ยวข้องขยายผลในเวทีนานาชาติต่อไป



