ซึ่ง “แกนนำพรรค ภท.” ประเมินว่า การทำงาน ถ้ามีจังหวะที่ “นายกฯหนู”  ได้ความนิยมพีคสุด ๆ ก็เป็นข้อได้เปรียบเรื่องหนึ่ง  ดังนั้นต้องประคองตัวเองรักษาคะแนนนิยมไว้  ตัวแปรต่อคะแนนอีกสำคัญ คือพลังของ “บ้านใหญ่” หลายพื้นที่คนที่เข้ามาเป็น “กลุ่มบ้านใหญ่” มีบทบาทในการเมืองท้องถิ่นและระดับชาติ ชาวบ้านเข้าถึงจับต้องได้ 

มีการประเมินว่า “บ้านใหญ่” เป็นนักการเมืองที่อยู่กับประชาชนมาอย่างยาวนาน มีคุณค่ามากกว่ากระแสที่เดี๋ยวมาเดี๋ยวไป มีข่าวว่า ใน จ.ชลบุรี มีการเรียกร้องจากผู้นำในอดีต ทั้งอดีตข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ อดีตผู้นำ ขอให้บ้านใหญ่ในชลบุรีรวมกัน เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ให้เหมือนกับบางจังหวัด ที่มีหลายพรรคการเมืองจะไม่มีการพัฒนา ถดถอยหมดเพราะมีทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ไม่เป็นหนึ่งเดียวกันก็คือการส่งสัญญาณ “เลือกพรรคเดียวทั้งจังหวัดดีกว่า”

เรื่อง “บ้านใหญ่” พร้อมทำงาน  เป็นยุทธศาสตร์สำคัญของ “เสี่ยหนู”  เห็นหน้าคนเดินเข้ามาเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.ของภูมิใจไทย  จะเห็นบ้านใหญ่หลายบ้าน ของ จ.ชลบุรีก็เป็น “คุณปลื้ม” หรือบ้านใหญ่เมืองมะขามหวานเพชรบูรณ์ก็คือตระกูล “พร้อมพัฒน์”  บ้านใหญ่ในภูมิใจไทยเองก็มี “ชิดชอบ – รัชกิจประการ” ที่ฮือฮาที่สุดคือบ้านใหญ่สุพรรณบุรี  อย่าง “ศิลปอาชา” ก็ใช้จุดขาย  “เลือกบ้านใหญ่ยกจังหวัด เพื่อการพัฒนาไปในทิศทางเดียวกัน”

นอกจากบ้านใหญ่ที่หมายถึงตระกูลเดียวกัน ยังมีการทำงานเป็น กลุ่ม ก๊วน ทางการเมือง ที่เข้ามาพร้อมกันทำงานด้วยกันปั่นกระแสพรรค กลุ่มก๊วนที่ย้ายเข้ามา เช่น กลุ่มของเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ( รทสช.) หรือ “กลุ่มสุดซอย” ผสมชุมพร สุราษฎร์ฯ  กลุ่มของสันติ ปิยะทัต จากพรรคพลังประชารัฐ ( พปชร.) กลุ่มที่ย้ายมาจากเพื่อไทยเก่า ที่นำโดย ศักดิ์ดา วิเชียร์ศิลป์ รมช.มหาดไทย ที่แสดงท่าทีจะมาอยู่กับภูมิใจไทยก่อนยุบสภาอยู่พักหนึ่ง   

“ข้อที่คาดว่าจะได้เปรียบ” ต่อมา คือ“การสร้างสตอรี่” ความเป็นผู้นำของ “เสี่ยหนู”แน่นอนว่า เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือ“ท่าทีต่อปัญหาชายแดนเขมร” ซึ่งจังหวัดอีสานใต้ ทั้ง จ.บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี เป็นพื้นที่คาดหวังของภูมิใจไทยทั้งนั้น สส.มีหลายเก้าอี้ จ.ศรีสะเกษ เคยเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ของเพื่อไทย จนเกิดวาทกรรม “ไล่หนูตีงูเห่า”ด้วย และเลือกตั้งที่ผ่านมา ภูมิใจไทยก็หวังกวาดยกจังหวัด เพราะมีบ้านใหญ่ “ไตรสรณกุล” และ “อังคสกุลเกียรติ” อยู่ 

การจัดการชายแดนที่ดี จะมีผลให้ได้คะแนนนิยมทั้งพื้นที่และระดับชาติ ขณะนี้“รมต.อ้วน”สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ชี้แจงในเวทีโลกอย่างขันแข็งว่า “เขมรเริ่มก่อน  เขมรไม่เจรจา” ซึ่ง “รมต.อ้วน” อาจสร้างภาพของการปะทะไปในทิศทางที่ว่า “ไทยไม่ได้ทำสงครามกับเขมร  แต่ทำสงครามกับกลุ่มสแกมเมอร์  เงินเทา” เห็นจากกองทัพไทยทิ้งบอมบ์ใส่บ่อนชายแดนถี่รัว เงินบ่อนก็เป็นเงินเทา และสแกมเมอร์ก็อาจอยู่ในนั้น เห็นหนีตายกันวุ่นวาย

การเดินเกมนานาชาติ  ทำสงครามกับสแกมเมอร์ จะยิ่งทำให้ต่างชาติให้การสนับสนุนไทยจัดการ สร้างภาพลักษณ์ที่ดี อย่างเกาหลีใต้เขาก็จัดการเขมรไปรอบหนึ่งหลังประชาชนของเขาถูกทำให้เสียชีวิต  ถ้า “เสี่ยหนู” และ”พรรคภูมิใจไทย” เล่นเรื่องนี้ดีๆ ก็สร้างความแข็งแรงในนโยบายปราบอาชญากรรมไซเบอร์ได้อีก  ซึ่งกำลังของบ้านใหญ่ เรื่องปราบสแกมเมอร์ เป็นเรื่องที่ต้องทำให้เห็นภาพเร่งด่วนในระยะเวลาหาเสียงแค่เดือนเดียวนิดๆ

ส่วนนโยบายเศรษฐกิจ พรรรคภูมิใจไทย ใช้วิธีสามัญ กระตุ้นการจ่ายโดยรัฐบาลช่วย แม้จะยังไม่เปิดตัวโครงการแต่คาดว่า “คนละครึ่ง เฟสใหม่”จะกลับมา ไม่น่าจะโดนตั้งคำถามไม่หยุดแบบแจกเงินหมื่นของเพื่อไทยด้วย เพราะเป็นโครงการเคยทำ

และสิ่งที่ประชาชนรอฮือฮา คือ “แคนดิเดต นายกฯ” อีก 2 คน ที่ยังลุ้นว่าจะเป็นรัฐมนตรีกระแสดีในรัฐบาลนี้หรือเปล่า?.