เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 18 ธ.ค. นายเอ็ดวิน วีค ที่ปรึกษาคณะกรรมการมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่า จ.เพชรบุรี ได้เปิดเผย กรณีเพจเฟซบุ๊ก “ชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร” ได้โพสต์ข้อความว่า ผมเพิ่งพบรายงานเหตุการณ์ลักลอบนำเข้าเสือโคร่ง เพศเมีย อายุ 1 ปี ข้ามจากฝั่งพม่า บริเวณฐานปฏิบัติการหกพันไร่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี แต่กลับมีสิ่งที่ไม่สมควรเกิดขึ้นตามมาด้วยพฤติกรรมของเหตุการณ์ มีรายงานว่าพบชาวต่างชาติรายหนึ่ง มีชื่อเป็นเจ้าของมูลนิธิเกี่ยวกับสัตว์ในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เกี่ยวข้องกับการลักลอบนำเข้าสัตว์ครั้งนี้

โดยระบุว่า ในวันเกิดเหตุเป็นวันที่ 16 ธันวาคมช่วงเย็น ได้มีทหารกะเหรี่ยง KNU ประสานเข้ามาแจ้งว่าต้องการให้ทางมูลนิธิฯช่วยเหลือลูกเสือ 1 ตัว จนตนทราบว่ากะเหรี่ยง KNU มาถึงพื้นที่จริงในวันนั้น จึงเดินทางไปดูในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ในวันที่ 17 ธ.ค.ช่วงเช้า จึงเดินทางไปถึงใกล้สถานที่ที่นัดกันไว้ ติดกับชายแดนมากเกินไป ก่อนที่ตนจะแจ้งว่าให้ย้ายจุดมาพบกันที่ใกล้กับฐานปฏิบัติการหกพันไร่ของเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่

จากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมงรถของกะเหรี่ยง KNU ได้ขับเข้ามาถึงจุดใกล้ฐานทหาร ที่บริเวณท้ายกระบะมีเสือมาด้วย 1 ตัวอยู่ในกรง ตนจึงเข้าไปดูตรวจสอบอาการพบว่าเสือตัวดังกล่าว ไม่มีอาการป่วยและไม่มีอันตรายใดๆ ถึงชีวิต แต่เสือต้องมีเอกสารแต่กะเหรี่ยง KNU ไม่มีเอกสารมาแสดง ตนจึงประสานเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจของทหาร กรมการปกครองในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และเจ้าหน้าที่ด่านไซเตส ให้มาร่วมตรวจสอบเสือตัวดังกล่าวด้วย ก่อนที่เจ้าหน้าที่ขอให้เราช่วยนำเสือออกจากกรงเพราะว่าไม่ปลอดภัย กรงเป็นสังกะสีบางๆ และมีรู ก่อนทำการย้ายใส่กรงของมูลนิธิและเคลื่อนย้ายเสือไปที่ด่าน จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการจดบันทึกตรวจยึดเสือตัวดังกล่าว

ซึ่งเสือตัวนี้ทหารกะเหรี่ยง KNU ได้นำขึ้นรถกระบะและขับเข้ามาในประเทศไทยเอง พอมาถึงพื้นที่ ตนยังไม่ได้เปลี่ยนถ่ายเสือขึ้นรถของมูลนิธิฯ จากนั้นประมาณอีกครึ่งชั่วโมงทางทหารกะเหรี่ยง KNU ตัดสินใจว่าจะต้องรีบกลับเพราะเขาเป็นทหารกะเหรี่ยง KNU ไม่สามารถอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยได้ ซึ่งเรื่องระบบนี้ตนก็ไม่ค่อยรู้เรื่อง เราจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาตรวจสอบก่อน เพราะตนไม่กล้ารับเสือเลย ซึ่งทุกขั้นตอนตนทำในพื้นที่ที่ชัดเจนมีเจ้าหน้าที่ของรัฐอยู่เป็นพยานและเห็นเหตุการณ์จริงๆ

นายเอ็ดวิน เผยอีกว่า ตนยังบอกเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ทุกคนห้ามข้ามไปฝั่งโน้นเด็ดขาดเพราะว่าเราไม่มีเอกสารที่ได้รับอนุญาต หลังจากมีกระแสข่าวออกมา ตนทราบเรื่องรู้สึกว่าเป็นข่าวเท็จเป็นข่าวที่ไม่ถูกต้อง คิดว่าน่าจะได้รับข้อมูลจากบุคคลที่ 3 ที่ไม่อยู่ในเหตุการณ์จริงๆ สำหรับมูลนิธิเพื่อนสัตว์ป่าก่อตั้งมาเมื่อ 25 ปีที่แล้ว มีหน้าที่ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่โดนทำร้าย โดนอุบัติเหตุ หรือถูกทิ้ง และให้ความรู้เด็กๆ เยาวชนในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวดล้อม การดูแลสัตว์ป่าที่ไม่สามารถกลับคืนสู่ป่าได้ หรือสัตว์ป่าที่ต้องรอเคลื่อนย้ายไปที่อื่นต่อเพื่อช่วยชีวิตสัตว์ป่า ปัจจุบันมูลนิธิมีเสือโคร่งในความดูแลอยู่ 21 ตัว ที่ได้มาจากสวนสัตว์แห่งหนึ่งที่ จ.มุกดาหาร และสวนสัตว์ที่ปิดตัวแล้วที่ จ.ภูเก็ต นอกจากนั้นยังมีสัตว์อีกประมาณ 800 ชีวิต ที่ทางมูลนิธิฯ ให้การดูแลช่วยเหลืออยู่