เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านคนไทย อายุ 58 ปี เข้าไปหาของป่า บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ต.โคกตะเคียน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และถูกทหารกัมพูชาจับตัวไป ตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. 69 จนถึงวันนี้เป็นวันที่ 15 แล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ต่อมาครอบครัวได้ไปแจ้งความกับ ร.ต.อ.โกวิทย์ ทองแผ่น พนักงานสอบสวน สภ.กาบเชิง โดยมีเพจอินฟลูฯ ชื่อดังต่างๆ ช่วยกันประโคมข่าวตามหาอีกทางหนึ่ง

ล่าสุดผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ไปยังบ้านเลขที่ 70 หมู่ 7 ต.กันตวจระมวล อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นบ้านของชายไทยคนดังกล่าว ทราบชื่อ คือนายโยชน์ สายน้อย อายุ 58 ปี เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงกับครอบครัว

โดย น.ส.กรรณิกา หอมขจร อายุ 47 ปี ภรรยา กล่าวว่า สามีออกไปตอนเย็นวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. 69 คนเดียว ตอนนั้นบ้านฝนตก บอกว่าจะไปจับอึ่ง แล้วจะกลับมา พอวันที่ 29 เม.ย. สามีไม่กลับมา ตนก็ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กาบเชิง และก็เงียบไปไม่มีอะไรคืบหน้า รอจนได้ข้อมูลมาจากผู้ใหญ่บ้าน เล่าว่า สามีถูกทหารกัมพูชาจับตัวไปแล้ว

ต่อมามีนายอำเภอกาบเชิง และนายทหารมาหาตนที่บ้าน หลังจากโซเชียลลงคลิปคนหาย ซึ่งทหารก็มาบอกว่า สามีถูกจับตัวไปจริง ตอนนี้ส่งไปไกลแล้ว ถ้าตำรวจได้แจ้งให้ทางกองทัพรู้ตั้งแต่แรก วันที่เดินทางไปแจ้งความ ก็อาจจะประสานงานช่วยตัวกลับมาได้ แต่ทางตำรวจไม่ประสานมา จึงไม่ทราบเรื่อง ซึ่งตอนนี้ทางทหารกำลังประสานอยู่ ตอนนี้สามีอยู่ที่สำโรง จ.อุดรมีชัย รอขึ้นศาล โดยทหารกัมพูชาอ้างว่าบอกว่าสามีรุกล้ำพื้นที่ ตอนนี้กังวลมากกินไม่ได้นอนไม่หลับ ทำอะไรไม่ได้ เขาบอกว่ารอก็ต้องรอ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยให้สามีได้กลับมาโดยเร็ว

ทั้งนี้มีรายงานว่า พล.ต.บุญเสริม บุญบำรุง ผบ.กกล.สุรนารี ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าทหารกัมพูชาจับตัวคนไทยไปจริง โดยอยู่ระหว่างประสานกับทหารกัมพูชา เพื่อขอความร่วมมือในการส่งตัวกลับอยู่ในขณะนี้ หากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

อย่างไรก็ตามทางชาวบ้านต่างตั้งข้อสังเกตว่า พื้นที่ที่นายโยชน์ ถูกจับตัวนั้น อยู่ในพื้นที่ป่าของไทยหรือไม่ หากอยู่ในพื้นที่ป่าของไทย ทำไมทหารกัมพูชาจึงสามารถข้ามแดนเข้ามาจับตัวคนไทยในป่าฝั่งไทยได้ เพราะนายโยชน์ หาของป่ามานาน ไม่น่าจะหลงเส้นทางได้ และต่างเรียกร้องให้กองทัพออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวด้วย.