สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค. ว่าแถลงการณ์จากกระทรวงมหาดไทยของแอฟริกาใต้ ระบุว่า ชาวเคนยา 7 คนถูกจับกุมหลังรายงานข่าวกรองเปิดเผยว่า พวกเขาเดินทางเข้าแอฟริกาใต้ด้วยวีซ่าท่องเที่ยว และทำงานอย่างผิดกฎหมายในศูนย์ดังกล่าว

ในคำตอบที่ส่งถึงสำนักข่าวเอเอฟพี รัฐบาลวอชิงตันกล่าวหาแอฟริกาใต้ว่า “แทรกแซงความพยายามในการรับชาวแอฟริกันผิวขาวเป็นผู้ลี้ภัย”

แอฟริกาใต้ระบุว่า พลเมืองชาวเคนยาที่ถูกจับกุมในการบุกตรวจค้นเมื่อวันอังคาร (16 ธ.ค.) จะถูกส่งตัวกลับประเทศและถูกห้ามเข้าประเทศเป็นเวลา 5 ปี แถลงการณ์ระบุอีกว่า ผู้ที่ถูกจับกุมนั้นถูกปฏิเสธวีซ่าทำงานเมื่อก่อนหน้านี้ โดยมีการตรวจพบว่า พวกเขาลักลอบทำงานทั้ง ๆ ที่มีเพียงวีซ่าท่องเที่ยว ซึ่งเป็นการละเมิดเงื่อนไขการเข้าประเทศอย่างชัดเจน

นอกจากนั้น แอฟริกาใต้ยังแสดงความกังวลว่า เจ้าหน้าที่ต่างชาติอาจประสานงานกับแรงงานต่างด้าวที่ไม่มีเอกสาร และเสริมว่า พวกเขาได้ติดต่อกับทางการสหรัฐและเคนยา เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งนี้ทั้งนั้น ไม่มีเจ้าหน้าที่สหรัฐถูกจับกุม และปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นที่สถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุล

ตามข้อมูลจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐในแอฟริกาใต้ การประมวลผลคำขอลี้ภัยของชาวแอฟริกาใต้ผิวขาว อยู่ภายใต้การดำเนินการของอาร์เอสซี แอฟริกา ซึ่งเป็นศูนย์ช่วยเหลือผู้ลี้ภัยในเคนยา ที่บริหารงานโดยเชิร์ช เวิลด์ เซอร์วิส (ซีดับเบิลยูเอส).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES