อาการปวดหลัง ใครว่าไม่สำคัญ เพราะหากเกิดบ่อยครั้ง นั่นอาจเป็นจุดเริ่มต้นของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน ยิ่งถ้าเราเข้าโหมดผู้สูงวัย ยิ่งมีโอกาสโรคดังกล่าวที่ส่งผลให้รู้สึกปวดหลัง เจ็บร้าวไปถึงขาและสะโพก กระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

“คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล” มีสาระน่ารู้มาฝากเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ พร้อมทั้งแนวทางการรักษาโรคที่ว่านี้

กระดูกสันหลังเคลื่อน (Spondylolisthesis) คือ ภาวะที่กระดูกสันหลังแต่ละข้อ เคลื่อนตัวออกจากแนวเดิม โดยมักจะเคลื่อนไปด้านหน้าหรือด้านหลัง ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาทที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการปวดหลัง ปวดร้าวลงขา หรือชาบริเวณสะโพกและขาได้

ภาวะนี้มักเกิดขึ้นกับกระดูกสันหลังส่วนล่าง พบได้บ่อยในกลุ่มผู้สูงอายุ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น หมอนรองกระดูกและข้อต่อเริ่มเสื่อม ทำให้โครงสร้างของกระดูกสันหลังไม่มั่นคงเท่าเดิม หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและดูแลอย่างถูกวิธี อาจพัฒนาไปสู่ภาวะที่รุนแรงและกระทบต่อการเคลื่อนไหวในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก

สาเหตุของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน

@ ความเสื่อมของกระดูกและหมอนรองกระดูก เมื่ออายุมากขึ้น ข้อต่อและหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพ ทำให้กระดูกสันหลังไม่มั่นคงและมีโอกาสเคลื่อนออกจากแนวเดิมได้ง่าย

@ การใช้งานกระดูกสันหลังอย่างหนักเป็นเวลานาน เช่น การยกของหนักบ่อยๆ หรือการทำกิจกรรมที่ต้องก้มๆ เงยๆ ซ้ำๆ ก็เป็นปัจจัยเสี่ยง

@ อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บ การลื่นล้มหรืออุบัติเหตุรุนแรงที่กระดูกสันหลัง อาจทำให้ข้อต่อเสียหายจนเกิดการเคลื่อนได้

@ โรคบางชนิด เช่น โรคกระดูกพรุน ที่ทำให้กระดูกบางและเปราะง่าย จนเกิดการเคลื่อนได้แม้มีแรงกดเพียงเล็กน้อย

อาการของโรคกระดูกสันหลังเคลื่อน

อาการของกระดูกสันหลังเคลื่อนจะแตกต่างกันไปตามระดับของการเคลื่อนและตำแหน่งที่เกิดปัญหา อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่

-ปวดหลังส่วนล่าง อาการปวดอาจเป็น ๆ หาย ๆ หรือปวดตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลายืนนาน ๆ หรือนั่งในท่าเดิมนานๆ

-ปวดร้าวลงขา หากมีการกดทับเส้นประสาทร่วมด้วย อาจรู้สึกปวดร้าวจากสะโพกลงไปถึงต้นขาหรือปลายเท้า

-อาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง อาจเกิดอาการชาบริเวณขาหรือรู้สึกว่าเดินลำบาก กล้ามเนื้อทำงานไม่เต็มที่

-อาการแย่ลงเมื่อเคลื่อนไหว การเดิน การยืน หรือการงอหลัง อาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น

-อาการดีขึ้นเมื่อพัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนอนราบหรือนอนงอเข่า เพื่อลดแรงกดทับ

หากพบว่าอาการเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัย เพราะหากปล่อยไว้อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ยากต่อการรักษาในระยะยาวได้

วิธีการรักษากระดูกสันหลังเคลื่อน

การรักษากระดูกสันหลังเคลื่อนมีหลากหลายแนวทาง ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการ โดยแบ่งเป็น 2 แนวทางหลัก คือ

1. การรักษาแบบไม่ผ่าตัด

-การใช้ยา เช่น ยาลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวด เพื่อลดอาการเฉียบพลัน

-กายภาพบำบัด ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง หน้าท้อง และสะโพกให้แข็งแรงขึ้น ลดแรงกดทับที่กระดูกสันหลัง

-ปรับพฤติกรรม หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ก่อให้เกิดแรงกดหรือบิดตัวของกระดูกสันหลัง เช่น การยกของหนัก

-ใส่อุปกรณ์พยุงหลัง ในบางรายอาจต้องใช้เพื่อพยุงหลังและลดการเคลื่อนไหว

2. การรักษาด้วยการผ่าตัด

หากอาการไม่ดีขึ้นหลังการรักษาแบบไม่ผ่าตัด หรือมีการกดทับเส้นประสาทรุนแรงจนกระทบการเคลื่อนไหว แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัด เพื่อจัดกระดูกให้อยู่ในตำแหน่งเดิม และใส่อุปกรณ์ยึดเพื่อเพิ่มความมั่นคง

“กระดูกสันหลังเคลื่อน” เป็นปัญหาสุขภาพที่มักเกิดขึ้นในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ใช้งานร่างกายหนักในชีวิตประจำวัน หากมีอาการปวดหลังเรื้อรังหรือปวดร้าวลงขา ควรใส่ใจ และไม่ควรนิ่งนอนใจ การรักษาตั้งแต่ระยะแรกเริ่ม จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ และลดความเสี่ยงในการผ่าตัด.