สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามรับรองให้กฎหมายนโยบายความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ สำหรับปีงบประมาณ 2569 มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ
วงเงินสำหรับงบประมาณดังกล่าวสูงราว 900,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 28.27 ล้านล้านบาท) รวมถึงการขึ้นเงินเดือนให้ทหารอเมริกัน การกำหนดวาระ “สันติภาพผ่านความแข็งแกร่ง” และการให้เงินทุนสนับสนุนระบบโล่ป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธ “โกลเด้น โดม” ซึ่งทรัมป์ผลักดันมานาน
ขณะเดียวกัน กฎหมายยังระบุเกี่ยวกับ การกวาดล้างแนวคิด “โวค” โดยรวมถึงคำสั่งยกเลิกโครงการด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการอยู่ร่วมกันภายในทุกเหล่าทัพ และกำหนดให้การเลื่อนตำแหน่งทหารต้องพิจารณาจาก “ความรู้ความสามารถ” ของบุคลากรเท่านั้น
President Trump signs annual NDAA Defense bill with record military spending https://t.co/R3RvcwcgQA
— The Hill (@thehill) December 19, 2025
นอกจากนี้ สภาคองเกรสเพิ่มบทบัญญัติบางส่ว นัยว่าเพื่อ “ควบคุม” การทำงานของฝ่ายบริหารในด้านความมั่นคง โดยสั่งห้ามลดจำนวนกำลังพลของสหรัฐในยุโรปลดลงต่ำกว่า 76,000 นาย เกินกว่า 45 วัน และจำกัดการเคลื่อนย้ายยุทโธปกรณ์หลักออกจากทวีปยุโรป เพื่อป้องกันไม่ให้ทรัมป์สั่งถอนทหารอย่างกะทันหัน
อีกทั้งยังมีการบัญญัติให้เพิ่มทรัพยากรกับประเทศในยุโรป ซึ่งถือเป็นแนวหน้าขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) โดยเฉพาะในภูมิภาคบอลติก และอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือด้านความมั่นคงแก่ยูเครน 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 12,567.60 ล้านบาท) เพื่อรักษาฐานการสนับสนุนขั้นต่ำไว้
อย่างไรก็ตาม การที่สภาคองเกรสอนุมัติงบประมาณให้มากกว่าที่ทรัมป์ร้องขอถึง 8,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 251,352 ล้านบาท) สะท้อนว่า ฝ่ายนิติบัญญัติมีความมุ่งมั่นที่จะรักษาสถานะของสหรัฐในทวีปยุโรปไว้อย่างเหนียวแน่น.
เครดิตภาพ : AFP



