หากจะเอ่ยถึงปรากฏการณ์ที่ร้อนแรงที่สุดในวงการกีฬาไทยช่วงปลายปี 2025 คงหนีไม่พ้นการที่ “เทพบิว” ภูริพล บุญสอน สามารถวิ่ง 100 เมตร ทำเวลาได้ 9.94 วินาที และกลายเป็นมนุษย์คนแรกของอาเซียนที่ทลายกำแพง 10 วินาทีได้สำเร็จ

เบื้องหลังความสำเร็จที่ดูเหมือนปาฏิหาริย์นี้ มีฟันเฟืองสำคัญคือชายผิวเข้ม รูปร่างสูงใหญ่ชาวอเมริกันที่ชื่อ เจนทรี แบรดลีย์ (Gentry Bradley) หรือที่นักกรีฑาไทย และแฟนๆ กีฬา เรียกกันว่า “โค้ชจี”

เขาเป็นใครมาจากไหน และจะสามารถพาทีมกรีฑาไทยก้าวไปอีกระดับได้หรือไม่ ต้องติดตาม


จากแชมป์สหรัฐ สู่ “ศาสตราจารย์ด้านความเร็ว”


เจนทรี แบรดลีย์ ไม่ใช่โค้ชที่เก่งแต่ทฤษฎี แต่เขาคืออดีตนักวิ่งระดับโลกตัวจริงคนหนึ่ง

เขาเติบโตมาจากระบบอะคาเดมีของมหาวิทยาลัย UCLA สถาบันที่ขึ้นชื่อเรื่องกรีฑาของสหรัฐ และเคยเป็นศิษย์เอกของ จอห์น สมิธ โค้ชระดับตำนานผู้สร้างมนุษย์ที่วิ่งเร็วที่สุดในโลกมาแล้วหลายคน

สมัยที่เป็นนักกีฬา แบรดลีย์ มีดีกรีเป็นถึงแชมป์ประเทศสหรัฐอเมริกา ในระยะ 200 เมตร เมื่อปี 1998 และเคยคว้าเหรียญทองกีฬามหาวิทยาลัยโลกในปี 1997

จากประสบการณ์ที่เคยเป็นนักวิ่งระดับท็อป เคยวิ่งเบียดไหล่กับยอดนักวิ่งระดับโลกมามากมาย ทำให้เขาเข้าใจ “จิตวิทยาของนักวิ่ง” และ “การเคลื่อนที่ของนักวิ่ง” อย่างลึกซึ้ง

หลังจากเลิกวิ่ง เจนทรี ยังวนเวียนอยู่ในวงการกรีฑา และเลือกเรียนต่อด้านการเคลื่อนไหวของมนุษย์ เพื่อนำวิทยาศาสตร์มาปรับใช้กับการวิ่งในสนาม


นักปั้นมือทองผู้เชี่ยวชาญสรีระนักวิ่งเอเชีย


ก่อนจะมาไทย แบรดลีย์ ได้ชื่อว่าเป็น “จอมทำลายสถิติ” คนหนึ่งของเอเชีย

เขาเคยพา ซาอุดีอาระเบีย คว้าทองเอเชียนเกมส์ และผลงานชิ้นโบแดงคือการปั้น เฟมิ โอกูโนเดะ นักวิ่งทีมชาติกาตาร์ ให้ทำสถิติเอเชียด้วยเวลา 9.93 วินาที

ความสำเร็จเหล่านี้พิสูจน์ให้เห็นว่า เขารู้วิธีการปรับจูนนักกีฬาที่มีสรีระแบบชาวเอเชียให้สามารถสู้กับนักวิ่งระดับโลกได้


เปลี่ยน “ความเชื่อ” และใช้ AI ช่วยสื่อสาร


แบรดลีย์ก้าวเข้ามาคุมทีมชาติไทยในเดือนกันยายน 2025 เพียง 3 เดือนก่อนซีเกมส์ครั้งที่ 33 จะเริ่มขึ้น

ในช่วงแรก “เทพบิว” ภูริพล ยอมรับว่าไม่ค่อยมั่นใจในตัวโค้ชคนนี้เท่าไหร่นัก เพราะวิธีการซ้อมของ แบรดลีย์ แตกต่างจากสิ่งที่เคยทำมาอย่างสิ้นเชิง

โค้ชจี เข้ามาเน้น “คุณภาพมากกว่าปริมาณ” วิ่งน้อยลงแต่ต้องวิ่งให้ถูกหลักการที่สุด

นอกจากเทคนิคที่เข้มงวด แบรดลีย์ มีปัญหาเรื่องกำแพงภาษา ที่เขาต้องข้ามให้ได้ เพราะไม่อย่างนั้น จะเกิดปัญหาใหญ่ สั่งอะไร นักกีฬาก็ไม่เข้าใจ

เขาจึงเลือก AI มาช่วยแปลข้อมูลเทคนิคยากๆ ให้เป็นภาษาไทยง่ายๆ เพื่อสื่อสารกับนักวิ่งไทยให้เข้าใจตรงกัน

เขาเปลี่ยนทุกอย่างตั้งแต่วิธีการวอร์มอัพ การจัดท่าทางร่างกาย ไปจนถึงการปรับแผนวิ่งผลัด 4×100 เมตร

แถมสร้างความฮือฮา ด้วยการโยก ภูริพล มาวิ่งไม้ที่ 2 ซึ่งเป็นทางตรงยาวที่สุด เพื่อดึงศักยภาพความเร็วสูงสุดออกมา

จนทีมไทยคว้าทองพร้อมทำลายสถิติซีเกมส์ได้สำเร็จ


พลังบวกและการทลายกำแพงจิตใจ


สิ่งที่แบรดลีย์ให้ความสำคัญไม่แพ้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อคือ “หัวใจ”

ต้องยอมรับว่า ซีเกมส์ ครั้งนี้ “เทพบิว” ต้องแบกรับความคาดหวังของคนไทยทั้งประเทศ ที่อยากเห็นตัวเลขต่ำกว่า 10 วินาที

แบรดลีย์ รู้วิธีคลายความเครียด เขาบอกกับบิวในรอบชิงชนะเลิศว่า “ไม่ต้องกังวลเรื่องเวลา แค่ลงไปวิ่งให้ชนะก็พอ”

ผลลัพธ์คือภูริพลวิ่งได้อย่างเป็นอิสระและคว้าเหรียญทองมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่


ก้าวต่อไป : เป้าหมาย 9.8 วินาที และโอลิมปิก 2028


สำหรับโค้ชแบรดลีย์ สถิติ 9.94 วินาที เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น

เป้าหมายถัดไปที่เขาวางไว้คือการพา ภูริพล ไปให้ถึง 9.8 วินาที ซึ่งเป็นระดับที่จะทำให้ประเทศไทยมีลุ้นเหรียญรางวัลในโอลิมปิกเกมส์ ที่ลอสแอนเจลิส ในปี 2028

เรายังไม่รู้ว่าเขาและบิวจะทำได้หรือไม่ แต่การมาของ เจนทรี แบรดลีย์ ไม่ใช่แค่การเข้ามาสอนให้วิ่งเร็ว แต่เพื่อการนำ “มาตรฐานโลก” มาวางรากฐาน และปลูกฝังให้ทัพกรีฑาไทย

เขาแสดงให้เห็นว่าหากเราใช้ปัญญาและวิทยาศาสตร์การกีฬาที่ถูกต้อง พรสวรรค์ของเด็กไทยก็สามารถโบยบินไปได้ไกลกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้แน่นอน.

ป.ล. – ตอนนี้ โค้ชจี หมดสัญญากับสมาคมกรีฑาฯแล้วนะครับ และจะเดินทางกลับสหรัฐ ในวันที่ 22 ธ.ค.นี้ แต่ทางสมาคมฯ ตั้งใจจะเซ็นสัญญาให้เข้ามาช่วยทำทีมต่อในปี 2026 เป้าหมายหลักก็คือสร้างผลงานในเอเชียนเกมส์ ขณะเดียวกันในอีเวนต์อื่นๆ ก็มีแผนที่จะเสริมความแกร่งให้กับนักกีฬาประเภทอื่นๆ เพื่อพัฒนาและสร้างผลงานในระดับนานาชาติด้วย.