เริ่มตั้งแต่การออกแบบ มาตรฐานวัสดุ งานก่อสร้าง การควบคุม ไปจนถึงการตรวจงาน เพราะท่ามกลางอาคารระหว่างก่อสร้างที่กระจายอยู่ไม่น้อย สตง.กลับเป็นอาคารเดียวที่พังถล่มราบคาบเป็นชั้นเค้ก สร้างข้อสงสัยความผิดปกติที่ไม่ใช่เพียงแรงสั่นไหว
ปัจจุบันมีผู้เกี่ยวข้องที่ต้องรับผิดชอบกับการออกแบบ ควบคุม ก่อสร้าง เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย 23 ราย ในจำนวนนี้รวมถึงวิชาชีพวิศวกร ประเด็นที่มีการแอบอ้างชื่อ ปลอมลายเซ็นคุมงาน นอกเหนือในทางกฎหมาย การเอาผิดทางจรรยาบรรณ และการเพิ่มการป้องกันไม่ให้มีโอกาสเกิดขึ้นซ้ำก็ถูกจับตาไปด้วย
ในโอกาสใกล้สิ้นปี ก้าวสู่ปีใหม่ “ทีมข่าวอาชญากรรม” อัปเดทหลังเหตุการณ์ใหญ่ที่กระทบไปถึงภาพลักษณ์วิชาชีพ ถึงวันนี้มีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร กับ รศ.เอนก ศิริพานิชกร ที่ปรึกษาคณะกรรมการสาขาวิศวกรรมโยธา วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.)

กระบวนการสอย“จรรยาบรรณ”
รศ.เอนก เผยในส่วนวิศวกรที่ถูกกล่าวหาคดีสตง. ขณะนี้สภาวิศวกรมีการตั้งคณะทำงานพิจารณาข้อเท็จจริงและรอข้อมูลจากส่วนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากกระบวนการรับเรื่องจรรยาบรรณจำเป็นต้องมี“ผู้ร้อง”แจ้งข้อมูลระบุรายบุคคลอย่างชัดเจน รวมถึงความผิดด้านจรรยาบรรณที่จะร้องต่อวิศวกรรายใด เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรอง
ทั้งนี้ เพราะการแจ้งจะต้องแจ้งว่าใคร ผิดจรรยาบรรณตรงไหนอย่างไร ไม่สามารถดำเนินการได้เองเพราะเห็นข้อมูลจากข่าวเพียงอย่างเดียว โดยอาจต้องรอให้กระบวนการทางอาญาสิ้นสุดก่อน หรือหากสภาวิศวกรอาจมีข้อมูลที่ชัดเจนมาก่อนก็ดำเนินการได้ ทำให้ขณะนี้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อพิจารณาข้อมูล
“เบื้องต้นทราบว่าข้อมูลมีจำนวนมาก เป็นข้อมูลจากส่วนราชการ ซึ่งข้อมูลการพิจารณาจำเป็นต้องเป็นข้อมูลกลาง หลังจากเกิดเหตุแล้วเราจะต้องดำเนินการ แต่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหาข้อมูลเพื่อจะกลั่นกรองรับเรื่อง ก่อนจะกล่าวหาใครบ้าง ทำให้ยังไม่ได้มีการกล่าวหาใคร”

เปิดขั้นพิสูจน์ผิด-ถูกของวิชาชีพ
ขั้นตอนการสอบจรรยาบรรณวิศวกรในขั้นแรกกระบวนการจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อมีผู้ใดที่เห็นว่าวิศวกรเข้าข่ายจะผิดจรรยาบรรณ จะยื่นเรื่องร้องเรียน โดยระบุชื่อ-สกุลของวิศวกรที่เข้าข่ายผิดจรรยาบรรณให้ชัดเจน รวมถึงเรื่องที่เข้าข่ายความผิดที่ต้องการให้มีการสอบสวน ซึ่งสามารถยื่นเรื่องได้ที่สภาวิศวกร มีเจ้าหน้าที่คอยรับเรื่องและไม่มีค่าใช้จ่าย
หลังรับเรื่องจะเข้าสู่กระบวนการคณะกรรมการจรรยาบรรณ ซึ่งจะดำเนินการให้คณะอนุกรรมการกลั่นกรองทำหน้าที่หาข้อมูลว่าข้อกล่าวหาต่าง ๆ เป็นจริงหรือไม่ หากเป็นเรื่องที่ฟังได้ อาจมีความผิดเรื่องจรรยาบรรณจริงก็จะดำเนินการเสนอกลับไปยังคณะกรรมการจรรยาบรรณ เพื่อแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการต่อ
เมื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการเสร็จจะส่งข้อมูลย้อนกลับให้คณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาว่า จะ หรือ“ลงโทษ” โดยการลงโทษจะมีตั้งแต่ ตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใบอนุญาต และเพิกถอนใบอนุญาต ร้ายแรงสุดคือ การเพิกถอนใบอนุญาต และผู้ใดที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตแล้วจะให้นำใบอนุญาตมาคืน

สำหรับจรรยาบรรณวิศวกร ปัจจุบันมี 4 หมวด เพิ่มจากเดิมที่มี 3 หมวด คือ
1.วิศวกรต้องมีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ
2.วิศวกรต้องมีจรรยาบรรณต่อนายจ้าง/ผู้ว่าจ้าง คือ วิศวกรต้องปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ไม่เปิดเผยความลับของงาน หรือของนายจ้างต่อผู้อื่น
3.วิศวกรต้องมีจรรยาบรรณต่อผู้ร่วมอาชีพ คือ ต้องไม่แย่งงานจากวิศวกรอื่น ไม่ทำงานชิ้นเดียวกันกับที่วิศวกรอื่นทำอยู่ โดยที่เจ้าของงานเดิมไม่ทราบ
และ 4.เพิ่มหมวดสำคัญมากคือ วิศวกรจะต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่น และไม่ไปทำให้สิ่งแวดล้อมพร้อมสภาพแวดล้อมอาคาร มีความเดือดร้อนจากเรื่องของสุขภาพอนามัย
“ทั้งนี้ เรื่องของกรอบเวลา ที่ผ่านมาการสอบตามข้อร้องเรียนของคณะกรรมการจรรยาบรรณจะไม่มีระยะเวลากำหนด แต่ปัจจุบันกำหนดกรอบเวลาตามขั้นตอน ตั้งแต่รับเรื่องจนถึงขั้นตอนสุดท้าย พยายามให้มีความรวดเร็วขึ้น โดยตั้งเกณฑ์ที่เรียกว่า Service Level Agreement คือ ข้อตกลงที่จะดำเนินการ ขณะนี้กำหนดไว้ 365 วัน แต่อดีตไม่มีเกณฑ์ตรงนี้ สัญญาว่าจะทำให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการสืบหาข้อมูลด้วย บางเรื่องอาจมีความรวดเร็ว แต่บางเรื่องอาจจะหาข้อมูลยาก แต่ก็ไม่ควรเกินกรอบระยะเวลาที่วางไว้ “

ส่องร้องเรียนเรื่องไหนมากสุดห้วง 5 ปี (ปี 64-68)
รศ.เอนก ระบุ ในห้วง 5 ปี ขณะนี้เรื่องร้องเรียน 241 เรื่อง แบ่งเป็น สาขาโยธา 203 เรื่อง ประเด็นร้องเรียนเกี่ยวกับจรรยาบรรณ เช่น การละทิ้งงานออกแบบ/การควบคุมงานโดยไม่มีเหตุอันควร ควบคุมงานก่อสร้างไม่เป็นไปตามแบบที่ได้รับอนุญาต ลงลายมือชื่อเป็นผู้ควบคุมงานเพื่อประโยชน์ในการยื่นอนุญาตก่อสร้างโดยไม่มีเจตนาจะเข้าไปควบคุมงานตั้งแต่ต้น เป็นต้น
สาขาเครื่องกล 18 เรื่อง ประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับจรรยาบรรณ เช่น การจัดทำรายงานตรวจสอบเครนไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ และข้อกำหนดกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงาน/ลงลายมือชื่อรับรองรายงานการตรวจสอบเครน โดยตนเองไม่ได้ตรวจสอบจริง เป็นต้น
สาขาไฟฟ้า 19 เรื่อง ประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับจรรยาบรรณ เช่น การออกแบบ/การควบคุมงานติดตั้งระบบและอุปกรณ์ไฟฟ้าไม่ถูกต้อง ตามหลักปฏิบัติและวิชาการ ประกอบวิชาชีพเกินความสามารถของระดับใบอนุญาต เป็นต้น
สาขาสิ่งแวดล้อม 1 เรื่อง (ข้อมูล ณ วันที่ 27 พ.ย.68)

เพิ่มเกราะ-ติดดาบ ฝ่าจรรยาบรรณ
หลังกรณีวิศวกรหลายคนถูกกล่าวหาในคดีสตง. ซึ่งสภาวิศวกรทราบว่ามีการใช้ใบอนุญาตไปลงนามในงานที่ตนไม่ได้ทำแต่ต้น การกระทำเช่นนี้คือ การกระทำผิดจรรยาบรรณ เพราะถือเป็นการไปลงลายมือชื่อในงานที่ตนไม่ได้ตรวจสอบ หรือควบคุมด้วยตนเอง
ดังนั้น ขณะนี้เมื่อต้องไปลงนามอะไรจึงต้องมาขอ“ใบรับรองวิศวกร”จากสภาวิศวกร รวมถึงดำเนินการสำรวจว่ามีใครหรือไม่ที่ขอผิดปกติ
เบื้องต้นพบว่ามีบางรายขอมาใน 1 ปี กว่า 300 ฉบับ สมมติมีงานกว่า 300 งานจริง ความสามารถอาจจะทำไม่ได้ตามระยะเวลาที่กำหนด เราจึงจะเชิญลอตแรกที่ตรวจพบว่ามีการขอใบรับรองเกินกว่าที่คาดไว้ จำนวน 20 ราย

“เป็นประเด็นที่เราจะเรียกมาคุยกันว่าเป็นอย่างไร แล้วก็จะหาแนวทางป้องกัน ซึ่งทุกคนสามารถชี้แจงให้ข้อมูลได้ว่าเหตุใดจึงขอใบอนุญาตจำนวนมาก หากประกอบธุรกิจก็ชี้แจงได้ตามความจริง”
สำหรับการป้องกันอนาคต ในวิศวกรรุ่นใหม่ที่เพิ่งจบการศึกษา หรือเพิ่งเริ่มทำงานไม่กี่ปี อาจถูกชักชวนจากรุ่นพี่ให้ลงลายมือชื่อในงานที่ตนไม่ได้ตรวจสอบ รศ.เอนก ย้ำว่าขอให้ระมัดระวังการลงลายมือชื่อแทนคนอื่นในงานต่างๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะเข้าข่ายผิดจรรยาบรรณ และถูกยึดใบอนุญาตประกอบวิชาชีพได้
ถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ กับการทำงานบนความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้องความปลอดภัยของผู้คน เพราะบางความผิดพลาด ควรเกิดขึ้นเพียงครั้งแรกและครั้งเดียว.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน



