เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่ คณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบตามมติคณะกรรมการการแพทย์ กองทุนประกันสังคมให้ปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีทันตกรรมแก่ผู้ประกันตนโดยปรับแนวทางการจ่าย เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนเข้าถึงบริการกรณีทันตกรรม ณ สถานพยาบาล คลินิกทันตกรรมได้อย่างสะดวก ดังนี้ กรณีไปรับบริการที่ รพ.รัฐ จัดให้มีการตรวจสุขภาพช่องปาก และรายการทันตกรรมอัตราจ่ายตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โรงพยาบาลที่ทำความตกลงห้ามเรียกเก็บเงินเพิ่ม, ปรับอัตราฟันเทียมถอดได้ และเพิ่มค่าซ่อมฟันเทียมรายครั้ง, เพิ่มฝังรากฟันเทียมรองรับฟันเทียมทั้งปาก สำหรับผู้ที่สูญเสียฟันทั้งหมด ที่ทันตแพทย์พิจารณาแล้วว่าไม่สามารถใส่ฟันเทียมวิธีปกติได้

ส่วนกรณีเข้ารับบริการทันตกรรมที่สถานพยาบาลเอกชน ให้คงอัตราอุดฟัน ขูดหินปูน ถอนฟัน วงเงิน 900 บาท/คน/ปี และจัดให้มีการตรวจสุขภาพช่องปาก จ่ายเพิ่มค่าผ่าฟันคุด โรงพยาบาลที่ทำความตกลงห้ามเรียกเก็บเงินเพิ่ม

ทั้งนี้ บอร์ดประกันสังคม ให้ดำเนินการปรับเพิ่มสิทธิดังกล่าวต่อเมื่อมีการปรับค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบของผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามกฎหมายว่าด้วยพ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. 2533 แล้ว

ล่าสุด ทางทันตแพทยสภา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “มติด่วน ทันตแพทยสภา 18/12/68 ขอยื่นทบทวนสิทธิประโยชน์การผ่าฟันคุด ของสิทธิประกันสังคม 2569 ใหม่ ทางทันตแพทยสภาจะจัดทำแบบสอบถามรวบรวมความคิดเห็นของสมาชิก เร็วๆ นี้”

ต่อมา เพจ “ประกันสังคมกาวหน้า” โพสต์ข้อความ ใจความสรุปว่า “คนออกกติกา ไม่ใช่ทันตแพทยสภา แต่คือกองทุน ซึ่งผ่านการประชุมร่วมกัน ทุกกระบวนการกำหนดราคาทำฟันประกันสังคม มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องมาร่วมกำหนดทั้งจากผู้ประกันตน ผู้จ้าง สำนักงาน และทันตแพทย์ รวมถึงมีคนจากทางทันตแพทยสภาเข้าร่วมในอนุกรรมการทันตกรรมของกองทุนประกันสังคมอยู่ด้วย ดังนั้นกองทุนประกันสังคมไม่ได้ตั้งราคากันเองโดยไม่ได้มีอ้างอิงจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง กองทุนที่จะพูดคุยหารือราคากลางเพื่อความเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย และประโยชน์สูงสุดต่อผู้ประกันตน แต่เป็นทาง ทันตแพทยสภาเองหรือไม่ที่มีปัญหาสับสนเรื่องราคากันเองภายใน จึงต้องออกมาถามหามติราคาฟันคุดใหม่แบบนี้”