เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเปิดกิจกรรมรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 ว่า ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 เป็นช่วงที่มีปริมาณการเดินทางสูง กระทรวงคมนาคมจึงเดินหน้าแคมเปญรณรงค์ป้องกัน และลดอุบัติเหตุทางถนน ภายใต้แนวคิด FIT TO DRIVE ร่วมสร้างสุขทั่วไทย ปลอดภัยทุกเส้นทาง เพื่อให้ประชาชนเดินทางได้อย่างอุ่นใจ โดยกำชับให้ ขบ. เตรียมความพร้อมทั้งด้านปริมาณรถ และคุมเข้มมาตรฐานความปลอดภัย จัดรถเสริมเพิ่มเติม ดูแลการเดินทางตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง พร้อมตรวจสอบรถโดยสาร และรถโดยสารประจำทาง ผ่านจุดอำนวยความสะดวก และตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะกว่า 200 จุดทั่วประเทศ ทั้งช่วงขาไป และขากลับ สร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ ให้สวมหมวกนิรภัย งดขับขี่หากมีอาการมึนเมา และช่วยกันเตือนกันและกัน เพื่อลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุทางถนนลงอย่างน้อย 5% เมื่อเทียบกับเทศกาลสงกรานต์ปี 2568 และต้องลดจำนวนผู้เสียชีวิตให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติที่มีจำนวนประมาณ 40 คนต่อวัน ขณะที่ขนส่งสาธารณะทุกประเภทตั้งเป้าหมายให้อุบัติเหตุ และผู้เสียชีวิตเป็นศูนย์ เพื่อให้เทศกาลปีใหม่นี้เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ความปลอดภัย และความอุ่นใจของประชาชน

ด้านนายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา ขบ. ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ตรวจความพร้อมรถโดยสาร ณ สถานประกอบการ และซักซ้อมการปฏิบัติหน้าที่ของ TSM รวมถึงใช้ระบบรายงานการตรวจสอบความพร้อมของรถ และพนักงานขับรถออนไลน์ “เช็กชัวร์ Ready to go” ยกระดับความเข้มงวดในการตรวจความพร้อมประจำวันก่อนปล่อยรถออกให้บริการ สำหรับในช่วงเทศกาลฯ จะมีการตรวจสอบ และกำกับดูแลมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเข้มข้น ทั้งการตรวจความพร้อมของรถ และพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดรถจำนวน 176 แห่ง จุด Checking Point 28 แห่ง และจุด Rest Area 15 แห่ง รวมทั้งสิ้น 219 แห่ง ทั่วประเทศ

นายสรพงศ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ขบ. ยังใช้ระบบ GPS ตรวจสอบพฤติกรรมการขับรถของพนักงานขับรถ ตลอด 24 ชั่วโมง และมีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS Notice แจ้งเตือนพนักงานขับรถ เพื่อลดพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ พร้อมทั้งขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าให้หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้า และงดการใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้า (รถเปล่า) ในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจร ส่วนการควบคุมความปลอดภัยรถโดยสารสองชั้น ได้กำหนดข้อจำกัดอย่างชัดเจน ไม่อนุญาตให้วิ่งผ่านเส้นทางที่มีความเสี่ยงสูง อาทิ ทางหลวงหมายเลข 304 สำหรับในเส้นทางภูเขา หรือทางลาดชัน กำหนดให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมทั้งติดตาม และกำกับการเดินรถผ่านระบบ GPS ทุกคัน เพื่อควบคุมความเร็ว และเส้นทางอย่างใกล้ชิด.



