นิทรรศการนำเสนอสายสัมพันธ์ที่ยาวนานกว่าพันปีระหว่างไทยและจีนในมิติประวัติศาสตร์ ศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และค่านิยม โดยจัดแสดงผ่านเนื้อหา 4 ประเด็นหลัก ได้แก่ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและการติดต่อระหว่างไทย-จีน ความเชื่อและศาสนา ศิลปะในราชสำนัก ศิลปกรรมไทยและประเพณีในปัจจุบัน
มีการจัดแสดงโบราณวัตถุและศิลปวัตถุชิ้นสำคัญรวม 249 รายการ จากไทย 171 รายการ และจีน 78 รายการ ตัวอย่างโบราณวัตถุชิ้นเด่น เช่น พระราชสาส์นทองคำสมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์เจริญพระราชไมตรีไปยังจักรพรรดิจีน เครื่องกระเบื้องเขียนลายวรรณกรรมไซอิ๋วและพระอภัยมณี พจนานุกรมภาษาไทย-จีน ในสมัยราชวงศ์ชิง พระพุทธรูปทรงเครื่องสมัยอยุธยา
เครื่องทองจากกรุพระปรางค์วัดราชบูรณะ ชุดเครื่องบูชาลายอัษฎมงคลสมัยจักรพรรดิเฉียนหลง พระที่นั่งกง ฉากไม้ปักดิ้นทองลายเก้ามังกร และจุลมงกุฎสมัยอยุธยา พานแว่นฟ้าประดับมุกและกระจก และหัวโขน

ข้อมูลจาก นายกรกช ภารัชสิทธิ์ ที่ปรึกษา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ระบุถึงแนวคิดหลักของนิทรรศการดังกล่าวว่า ต้องการนำเสนอให้ชาวจีนมาชมและรับทราบข้อมูลรวมทั้งรู้จักประเทศไทยมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องที่เกี่ยวข้องทางประวัติศาสตร์ รวมถึงเป็นโอกาสดีที่ให้คนจีนรู้จักพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งประเทศไทย ตั้งแต่ก่อนสมัยสุโขทัย สุโขทัย อยุธยา กรุงธนบุรี จนถึงปัจจุบัน ให้คนจีนได้ทราบว่าไทยกับจีนมีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน โดยสื่อถึงความเชื่อมโยงผ่านมิติต่าง ๆ 4 ด้าน

นายกรกชได้ให้ข้อมูลถึงวิธีการคัดเลือกโบราณวัตถุล้ำค่ามาจัดแสดงว่า หลังจากเอกอัครราชทูตได้คุยกับทางผู้อำนวยการกู้กงในเรื่องการจัดแสดง ทางกู้กงได้เดินทางไปไทยสองครั้งเพื่อดูว่า ไทยจัดแสดงอะไรในพิพิธภัณฑ์บ้าง และทางเราก็เชิญกรมศิลปากรมาเยือนจีนสองถึงสามครั้งเพื่อประชุมหารือกัน จนทางกรมศิลปากรได้ร่างฉบับแรกของรายการสิ่งของที่จะจัดแสดงมาเสนอ เมื่อเดือน มี.ค. 2568

ในส่วนการคัดเลือกโบราณวัตถุและศิลปวัตถุมาจัดแสดงจะคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่ (1) วัสดุที่เหมาะกับสภาพอากาศปักกิ่งที่แห้ง ส่วนวัสดุเช่น ไม้ หนังสัตว์ ผ้า กระดาษ งาช้าง ไม่สามารถนำเข้ามาจัดแสดงได้ เพราะเสี่ยงชำรุดจากอากาศแห้ง (2) ข้อจำกัดของสถานที่จัดแสดง ขนาดของวัสดุกับตู้โชว์ การจัดวาง ทิศทางการเดินชม รวมทั้งทางกู้กงและกรมศิลปากรได้พูดคุยกัน และมีการเสนอของที่คนจีนน่าจะสนใจชม โดยขั้นตอนสุดท้ายทางไทยเป็นผู้เลือกโบราณวัตถุของไทย และทางกู้กงคัดเลือกโบราณวัตถุของจีนมาจัดแสดงร่วมกัน
ในฐานะที่สถานเอกอัครราชทูตไทยเป็นผู้ริเริ่มและประสานงาน นายกรกชกล่าวแสดงความรู้สึกว่า ประทับใจ เนื่องจากในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมายังไม่เคยมีเกิดขึ้น ครั้งนี้เป็นการจัดนิทรรศการไทยครั้งแรกสำคัญในระดับชาติ รู้สึกดีใจที่โครงการนี้สำเร็จซึ่งมีจุดเริ่มต้นตั้งแต่ปีกว่า ๆ ผนวกกับมีปัจจัยบวกหลายด้านในปีนี้ เช่น 50 ปีทองแห่งมิตรภาพไทยจีน งบประมาณจากมูลนิธิไทยภายใต้กระทรวงการต่างประเทศ และเป็นการร่วมออกค่าจัดงานของทั้งไทยและจีน รวมถึงการที่ในหลวงและพระราชินี ทรงเสด็จฯ มาเยือนจีนและได้ทอดพระเนตรนิทรรศการ ทำให้ชาวจีนได้รับทราบและคนจีนจำนวนมากรู้จักมากขึ้น
คณะผู้จัดรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง นอกจากนี้นิทรรศการจะจัดแสดงถึงวันที่ 24 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของวันหยุดยาวตรุษจีน คาดว่า เป็นโอกาสดียิ่งให้คนจีนรู้จักไทยมากขึ้น ไม่ใช่แค่เที่ยวไทยอย่างเดียว จะมีความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ นำเสนอแง่มุมใหม่ ๆ ที่คนจีนจะได้ทราบกัน
นิทรรศการพิเศษ “หมื่นมิ่งมงคลไชย สายสัมพันธ์นิรันดร จัดแสดงรอบปฐมทัศน์ เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2568 และเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมตั้งแต่วันที่ 18 พ.ย. ถึง 24 ก.พ. 2569
หลังจากมีการจัดแสดงนิทรรศการที่กรุงปักกิ่งแล้ว ทางพิพิธภัณฑ์พระราชวังโบราณปักกิ่งจะร่วมกับกรมศิลปากร จัดแสดงนิทรรศการโบราณวัตถุในทำนองเดียวกันนี้ ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ ในปลายปี 2569 ซึ่งการร่วมจัดนิทรรศการระหว่างสองประเทศ จะทำให้ภัณฑารักษ์เกิดการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ซึ่งกันและกันที่ดีมาก เสริมประโยชน์ให้กับการจัดแสดงนิทรรศการในพิพิธภัณฑ์ระดับโลกต่อไป.
ข้อมูล : People’s Daily



