เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้สถานการณ์สู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา เสียงปืนใหญ่ที่ดังมาจากฝั่ง อ.คลองหาด และสถานการณ์เคอร์ฟิวในพื้นที่ใกล้เคียงพ่นพิษ ส่งผลกระทบยาว ลามลงมาถึงพื้นที่รอยต่อ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ทำให้โรงเรียนในพื้นที่เสี่ยงต้องประกาศปิดชั่วคราว แต่ล่าสุด ครูใหญ่โรงเรียน ตชด.สิงคโปร์แอร์ไลน์ส นำทีมคณะครู ลุยพื้นที่สีแดงแจกใบงานและถุงยังชีพ ยัน “การเรียนรู้ของเด็กๆ จะต้องไม่หยุดนิ่งแม้ในยามสงคราม”

ขณะที่รายงานความคืบหน้าสถานการณ์บริเวณชายแดนตะวันออก พบว่ามีการปะทะกันอย่างต่อเนื่องในฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของประชาชนไทยตามแนวชายแดน โดยเฉพาะในจุดยุทธศาสตร์สำคัญพื้นที่รอยต่อ 3 อำเภอ จากการสู้รบในพื้นที่ อ.อรัญประเทศ และ อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ทำให้ อ.สอยดาว จ.จันทบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อสำคัญ สามารถรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน ส่งผลให้โรงเรียนในพื้นที่เสี่ยง ต้องหยุดการเรียนการสอนในอาคาร เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและบุคลากร

โดยส่งกระทบต่อระบบการเรียนการสอน สถานศึกษาในพื้นที่ต้องปิดการเรียนการสอน “โรงเรียนปิด แต่การเรียนต้องเดินต่อ” ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด ด.ต.สากล วงค์แสนสาน ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนสิงคโปร์แอร์ไลน์สเฉลิมพระเกียรติฯ พร้อมคณะครู ได้ปรับแผนการทำงานเชิงรุก เปลี่ยนจาก “ห้องเรียน” เป็น “บ้านพัก”

โดยดำเนินภารกิจ Mobile Learning (การเรียนรู้เคลื่อนที่) นำทีมครูเดินทางเข้าพื้นที่เสี่ยงภัยตามตะเข็บชายแดน เพื่อนำใบงานและสื่อการเรียนรู้แบบ On-hand ไปมอบให้นักเรียนถึงหัวกระไดบ้าน เข้าพูดคุยกับผู้ปกครองเพื่อประเมินสภาพจิตใจของเด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากเสียงปืนและสถานการณ์ความไม่สงบ พร้อมแจกจ่ายเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เนื่องจากชาวบ้านบางส่วนไม่สามารถออกไปประกอบอาชีพการเกษตรในพื้นที่เสี่ยงได้ตามปกติ

ขณะเดียวกัน กองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด ได้ยกระดับการเฝ้าระวังสูงสุดในพื้นที่ อ.สอยดาว เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ขณะที่คณะครู ตชด. ยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ครูควบคู่ไปกับความเป็นตำรวจ เพื่อประคับประคองอนาคตของชาติในพื้นที่อย่างเต็มกำลัง





