เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ท. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้กำชับให้ทุกหน่วยเดินหน้าปราบปรามขบวนการสแกมเมอร์และการหลอกลวงออนไลน์ทุกรูปแบบอย่างเชิงรุก ตัดวงจรอาชญากรรมในทุกมิติ ทั้งเส้นทางการเงิน ที่ตั้งเครือข่าย และผู้ร่วมขบวนการ พร้อมเน้นย้ำการสร้าง “วัคซีนป้องกันภัยออนไลน์” ให้กับประชาชน

ทั้งนี้ จากการรวบรวมข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (Anti Cyber Scam Center : ACSC) พบสถานการณ์น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่มุ่งเป้าไปยังกลุ่มข้าราชการบำนาญและผู้สูงอายุ โดยในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ตกเป็นเหยื่อและสูญเสียทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก

พล.ต.ท. ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า คนร้ายมักใช้แผนประทุษกรรมโดยเริ่มจากการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ ซึ่งเชื่อว่ามีการรั่วไหลของข้อมูลข้าราชการบำนาญ ทำให้คนร้ายทราบทั้งชื่อ นามสกุล และหน่วยงานต้นสังกัดเดิม ส่งผลให้สามารถสร้างความน่าเชื่อถือในการติดต่อครั้งแรกได้ โดยพฤติกรรมการหลอกลวงที่พบบ่อย คือการโทรศัพท์ไปหาเหยื่อโดยตรง แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการหลังเกษียณ เช่น กรมบัญชีกลาง สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สหกรณ์ออมทรัพย์ครู หรือฝ่ายฌาปนกิจสงเคราะห์ พร้อมใช้ข้ออ้างต่าง ๆ เช่น การอัปเดตข้อมูล การขอรับสิทธิเงินบำนาญ เงินบำเหน็จ หรือเงินฌาปนกิจ เพื่อหลอกลวงเหยื่อ

หลังจากทำให้เหยื่อตายใจ คนร้ายจะชักชวนให้เพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์ (LINE) และสนทนาต่อ จากนั้นจะส่งลิงก์ให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมที่อ้างว่าเป็นของหน่วยงานราชการ ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นมัลแวร์ที่สามารถควบคุมโทรศัพท์ของเหยื่อจากระยะไกล โดยเทคนิคสำคัญคือการหลอกให้เหยื่อ “เปลี่ยนภาษา” ของแอปพลิเคชันธนาคารเป็นภาษาอังกฤษ ทำให้ผู้สูงอายุซึ่งไม่คุ้นชินกับเมนูและข้อความแจ้งเตือน ตกเป็นเหยื่อได้ง่าย

โฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากข้อมูลล่าสุดในเดือนธันวาคม 2568 เพียงเดือนเดียว พบว่ากลุ่มผู้สูงอายุช่วงอายุ 60–74 ปี เข้าแจ้งความถูกหลอกโอนเงิน มีมูลค่าความเสียหายตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงเกือบ 1 ล้านบาทต่อราย สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มข้าราชการบำนาญเป็นเป้าหมายหลักของมิจฉาชีพ เนื่องจากมีเงินออมและอาจไม่ทันต่อเทคโนโลยีในปัจจุบัน

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ จึงขอประชาสัมพันธ์แนวทางป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ ดังนี้

อย่าเชื่อสายโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคย และไม่ควรให้ข้อมูลส่วนตัว

ห้ามกดลิงก์แปลกปลอมที่ส่งผ่าน SMS หรือแอปพลิเคชันสนทนา

ไม่ติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ควรดาวน์โหลดจาก Google Play Store หรือ Apple App Store เท่านั้น

ห้ามเปลี่ยนภาษาแอปพลิเคชันธนาคารตามคำแนะนำผู้อื่น ธนาคารไม่มีนโยบายให้ทำเช่นนั้น

หากไม่แน่ใจ ให้ตรวจสอบกับหน่วยงานที่ถูกอ้างถึงโดยตรงผ่านช่องทางทางการ

อย่างไรก็ตาม หากประชาชนสงสัยว่าตนเองอาจตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ หรือประสงค์ขอคำปรึกษา สามารถติดต่อสายด่วน 1441 หรือแจ้งเหตุด่วน 191 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง