เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. จากเหตุปะทะเดือดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านสมรภูมิเนิน 350 ใกล้ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 2568 ส่งผลให้กองทัพไทยต้องสูญเสียกำลังพลเพิ่มอีก 2 นาย ได้แก่ จ.ส.อ.สำเริง คลังประโคน และ พลทหารภาณุพัฒน์ เสาร์สา สังกัดกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3)
รายงานจากหน่วยงานความมั่นคงระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้พบบริเวณที่ตั้งร่างของทหารทั้งสองนายแล้ว และอยู่ระหว่างลำเลียงออกจากพื้นที่ปะทะมายังพื้นที่ปลอดภัย ก่อนนำส่งโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน จังหวัดสุรินทร์ เพื่อพิสูจน์ทราบและดำเนินการตามพิธีทางทหารอย่างสมเกียรติ
สำหรับ “พลทหารวุ้น” ภาณุพัฒน์ มีภูมิลำเนาอยู่ที่อำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ ครอบครัวเตรียมนำร่างกลับไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดกลาง ตำบลห้วยเหนือ อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ

ด้าน นางพิชญ์สินี เสาร์สา อายุ 41 ปี มารดาของพลทหารวุ้น เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ทราบข่าวช่วงเที่ยงจากผู้ใหญ่บ้านที่โทรฯ มาแจ้งว่า “เจอลูกแล้ว” ทำให้รู้สึกใจฟูขึ้นมาท่ามกลางความเจ็บปวด จึงตัดสินใจออกจากโรงพยาบาลเร็วกว่ากำหนด เพื่อไปเตรียมเสื้อผ้าสวย ๆ สำหรับรอรับร่างลูกชายเป็นครั้งสุดท้าย ลูกเคยบอกแม่ไว้ว่า ถึงแม่จะไม่แต่งหน้ามาก แต่ขอให้แม่ดูดี ยิ้มได้ แข็งแรง และเข้มแข็ง แม่จะทำให้ได้ นางพิชญ์สินี กล่าวพร้อมพนมมือขอบคุณทหารทุกนายที่เสี่ยงชีวิตเข้าไปนำร่างลูกชายออกมาจากพื้นที่สู้รบ ยอมรับว่ารอวันนี้มานานแสนนาน
นางพิชญ์สินี ยังฝากถึงสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า อยากให้เหตุการณ์ยุติโดยเร็ว ไม่อยากให้แม่คนใดต้องสูญเสียลูกเช่นเดียวกับตน แต่หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ก็ขอให้ทุกอย่างจบลงโดยเร็วที่สุด
ขณะที่ น้องสาวของพลทหารวุ้น เปิดเผยว่า ขอขอบคุณทหารทุกนายที่ช่วยพาพี่ชายกลับบ้าน และยืนยันว่าจะเดินหน้าทำตามความฝันของพี่ชายต่อไป แม้พี่จะจากไปแล้วก็ตาม
หลังให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้น นางพิชญ์สินี พร้อมญาติพี่น้องได้เดินทางออกจากโรงพยาบาล เพื่อไปเลือกซื้อชุดสวย ๆ ตามคำสั่งเสียของพลทหารวุ้น ก่อนเตรียมรอรับร่างวีรบุรุษกลับบ้านอย่างสมเกียรติ



