เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วม สถานการณ์ไทย-กัมพูชา สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก นางมาระตี นะลิตา อันดาโม รองโฆษกประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า นายสีหศักดิ์  พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ จะนำคณะผู้แทนไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานด้านความมั่นคง เดินทางไปยังประเทศมาเลเซีย เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนสมัยพิเศษ ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 22 ธ.ค. 2568 

นางมาระตี กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมาและในห้วงก่อนการประชุมอาเซียน ได้เริ่มเห็นท่าทีและความเห็นจากประเทศต่าง ๆ ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชามากขึ้น อาทิ การแสดงจุดยืนของรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ รวมถึงการที่ผู้แทนพิเศษของจีนเดินทางไปยังกัมพูชา เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับแนวทางการเดินหน้าคลี่คลายสถานการณ์ สำหรับข้อกังวลของประชาชนว่าการประชุมอาเซียนอาจสร้างแรงกดดันให้ไทยหรือทำให้ไทยเสียเปรียบ ยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่มีประเด็นใดที่จะกดดันฝ่ายไทยได้ เนื่องจากท่าทีของไทยตลอดมาอยู่บนหลักการที่ชัดเจน คือ ไทยปรารถนาสันติภาพ แต่ไม่ใช่ฝ่ายที่รุกรานหรือรุกล้ำเข้าไปในอธิปไตยของประเทศอื่น และยืนยันมาโดยตลอดว่า ต้องการสันติภาพที่แท้จริงและยั่งยืน

นางมาระตี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กัมพูชาจำเป็นต้องแสดงความจริงใจตามเงื่อนไข 3 ประการที่ฝ่ายไทยได้ย้ำมาอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ 1.ต้องยอมรับความจริงในฐานะฝ่ายที่เป็นผู้เริ่มการโจมตี 2การหยุดยิงต้องเกิดขึ้นจริงและต่อเนื่อง 3.ต้องให้ความร่วมมืออย่างจริงใจในการเก็บกู้ทุ่นระเบิด ซึ่งเป็นประเด็นที่ฝ่ายไทยไม่สามารถยอมรับได้และจำเป็นต้องเร่งแก้ไขร่วมกัน อีกทั้ง การดำเนินการทั้งหมดจะต้องอยู่บนพื้นฐานของการประเมินจากหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ร่วมกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินการในเวทีระหว่างประเทศต่อไป ย้ำว่าเวทีอาเซียนเป็นเวทีที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อไทย เพราะเปิดโอกาสให้ไทยได้ชี้แจงข้อมูลและหลักฐานข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ได้รวบรวมมาตั้งแต่เกิดเหตุ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อประชาคมระหว่างประเทศ

นางมาระตี กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้คนไทยที่ยังพำนักอยู่ในเมืองปอยเปต และประสงค์จะเดินทางกลับประเทศ ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยก่อนเดินทางไปสนามบิน เพื่อให้สามารถจัดทำเอกสารเดินทางฉุกเฉินได้ทันเวลา โดยขณะนี้ จำนวนคนไทยที่ลงทะเบียนกับสถานทูตยังสอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินที่มีให้บริการจากพนมเปญอย่างไรก็ตาม แม้จะมีช่องทางการเดินทางออกจากปอยเปตแล้ว ฝ่ายไทยยังคงเรียกร้องให้กัมพูชายกเลิกการจำกัดการเดินทางออกทางบก ไม่เฉพาะกับคนไทยเท่านั้น แต่รวมถึงชาวต่างชาติทั้งหมด เนื่องจากการควบคุมการเดินทางออกนอกประเทศของคนต่างชาติขัดต่อหลักสากล ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้มีหนังสือแจ้งไปยังฝ่ายกัมพูชาแล้ว และจะยังคงติดตามและเรียกร้องในประเด็นนี้อย่างต่อเนื่อง