หนักหน่วงเรื่องหัวใจ จนหลายคนส่งพลังใจให้อย่างล้นหลาม “เป็กกี้ ศรีธัญญา” ถึงภายนอกสนุกสนานร่าเริง แต่หลังบ้านหัวใจบอบบางแบบสุดๆ ล่าสุดออกมาเปิดใจผ่านรายการ “โต๊ะหนูแหม่ม” ช่องเวิร์คพอยท์หมายเลข 23 ที่ตอนนี้ต้องใช้นักจิตวิทยามาช่วยบำบัดจิตใจ ที่สำคัญโรคเก่าในอดีต โรคแพนิค ออกอาการกำเริบ กลัวการใช้ห้องน้ำ และที่แคบไม่สามารถขึ้นลิฟต์ได้ ได้รุ่นพี่ในวงการแพนิค “ชาล็อต ออสติน” มิสแกรนด์ไทยแลนด์ เป็นที่ปรึกษา รวมไปถึงส่องไลฟ์สไตล์ชีวิต “นาย ณภัทร” ที่ค้นพบว่าเป็นโรคแพนิคเช่นกัน

เป็กกี้ เผยว่า “คือเราเป็นผู้หญิงที่เป็นบุคลิกไม่น่าสงสาร เป็นบุคลิกผู้หญิงที่น่าหมั่นไส้ มันเก่งจนหน้าหมั่นไส้ มันก็เลยเป็นคนที่อะไรที่คนไม่สงสาร นักบำบัดบอกว่าร้องไห้ออกมาได้เลย ตะโกนออกมาได้เลยในสิ่งที่เราไม่โอเค ให้ร้องไห้ออกมาให้สุดซัก 2-3 รอบ สุดท้ายเราก็ร้องกับนักจิตฯ ว่าทำไมเราเหนื่อยจัง ชีวิตสุดท้ายแล้วเราก็ตัวคนเดียว ร้องไห้อะไรหลายอย่าง ร้องไห้แบบว่าหนักอยู่ 3 รอบ สุดท้ายแล้วเราก็โล่ง หมอก็บอกว่าเดี๋ยวจะฝังรอยหยัก วิธีการคิดเข้าไปใหม่ ใส่ชิปตัวใหม่เข้าไป ให้ท่องก่อนนอนว่า สิ่งที่ตัดสินใจแล้วโอเคแล้ว ทำดีที่สุดแล้ว เราไม่ได้ทำผิดอะไร เราทำมาถูกต้องแล้ว เราเป็นคนทำงาน เราไม่ได้ผิดอะไร ทุกครั้งที่สะดุ้งตื่นให้บอกตัวเองว่าเราเก่งมากแล้ว เธอเก่งมากแล้ว เธอดีแล้ว เธอยอดเยี่ยมแล้ว แล้วสุดท้ายเธอจะผ่านมันไปได้ด้วยสติปัญญาที่ดี ตอนนี้อย่าไปคิดอะไรนะ นอนแล้วหลับให้สบายนะคนเก่ง พรุ่งนี้ค่อยสู้กันใหม่ พูดแบบนี้ทุกวัน”

“หนูมีอาการแพนิค แพนิคก็เป็นอาการอีกต่างหาก มันเป็นมาประมาณก่อนหน้านี้ 8-9 ปี น่าจะเกินก่อนหน้านั้นเพราะตอนนั้นหนูยังไม่มีแฟน 10 กว่าปีที่แล้วหนูเป็น ไปร้องเพลง พักในรีสอร์ท อาบน้ำและเปิดประตูไม่ออกในห้องเล็กๆ ถีบประตูจนเลือดออก ออกไม่ได้จากตรงนั้นจนเที่ยงจนบ่ายโมง จนแม่บ้านมาดูทำไมไม่เช็กเอาต์ เรานอนกลัวนอนกรี๊ดทั้งคืน จนกลายเป็นคนกลัวที่แคบไปเลย แต่อาการพวกนี้เรากลัวเราก็หลีกเลี่ยง เจอที่แคบหนูจะไม่เข้า ขึ้นลิฟต์หนูก็จะไม่เข้า ถ่ายรายการแกรมมี่ชั้น 11 หนูก็จะให้คนรถวน ทุกคนจะรู้ว่าหนูไม่ขึ้นลิฟต์แกรมมี่ เรื่องรักหลังจากเลิกกับอดีต อาการนี้มันสะสม มากำเริบหนักตอนปีจะเข้าปีที่สอง เป็นหนักเลย แค่รัดผมแน่นก็หายใจไม่ออก มันเหมือนตกจากตึกแสนชั้น ล้านชั้นลงไปดิ่งเลย คนเป็นแพนิคมันน่าสงสารนะ มันรู้สึกอย่างเดียวเลยว่าตายแน่นอน ถึงแม้หายใจอยู่แต่มันเหมือนหายใจไม่ออก มันกลัวไปหมด ชุดรัด ผมรัด กลายเป็นคนกลัวที่แคบ ทุกวันนี้ที่บ้านไม่มีประตูห้องน้ำ เพราะว่ากลัว กังวลกลัวที่แคบ ไปร้านอาหารเข้าห้องน้ำ หนูจะไม่ล็อกประตูเลย ถ้าเข้าห้องน้ำจะมีเพื่อนไป ต้องบอกว่าไม่ล็อกนะ”

“ล่าสุดคุยกับนักจิตฯ บอกว่าดีแล้ว ดีตรงหนูไม่ต้องกินยา จริงๆ แล้วหนูควรกิน แต่หนูไม่กล้ากิน เพราะว่าเราเป็นแพนิค ถ้าเรากินยาเราจะช้าลง หนูกลัวความช้า เพราะเราทำงานใช้สมองเยอะ ถามปุ๊บตอบปั๊บ กลัวถ้าเรากินมันจะสโลว์ดาวน์ เลยเลือกบำบัดแบบธรรมชาติ ทำ ice bath, ออกกำลังกาย นั่งสมาธิ สวดมนต์ เลยเห็นเราออกกำลังกาย นาย ณภัทรก็เพิ่งเป็น เขาก็เลยออกกำลังกายหนัก หนูก็เพิ่งฟังเรื่องของเค้ามา คนเป็นจะเข้าใจกันเลย หนูก็เพิ่งคุยกับชาล็อต ออสติน มิสแกรนด์ เราก็ถามคำแนะนำเค้า ให้เค้าแนะนำ ชาล็อตเค้าเป็นแพนิครุ่นพี่ ของชาเค้ากินยา เค้ากลัวเสียงดัง เวลาใครมาเสียงดังโหวกเหวกเค้าจะแพนิคกินเลย แต่เค้ามีวิธีแก้ ถ้าเค้าเห็นเด็กอยู่ในบริเวณงานเค้าจะไปคุยกับเด็กทันทีเลย อาการจะดีขึ้น เรื่องเป็นแพนิค ทุกคนรู้ จะบอกว่าถ้ามีคนรอบๆ ข้างตัวเป็นนะ อยากให้คุณเมตตาเค้านิดนึง สงสารเค้าหน่อย มันเป็นโรคที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จริงๆ คนที่เป็นแพนิคนะ อยากให้คำแนะนำว่าให้ออกกำลังกาย สวดมนต์ นั่งสมาธิ แล้วเวลานั่งรถมาทำงานเราจะเปิดเพลงที่มันฮีลใจ ปิดโหมด ไม่สนใจอะไรฟังเพลงเทอราปี”




