เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. นพ.สุรัตน์ ตันประเวช  อายุรกรรมระบบประสาทและสมอง โพสต์ข้อความให้ความรู้เรื่องสุขภาพ ลงในเพจ สาระสมองกับ อจ.หมอสุรัตน์ โดยระบุว่า

เราอยู่บนโลกที่เสียงดังเกินไปแล้ว และมันทำให้สมองเสื่อมเร็ว เหมือนการเร่งเครื่องยนต์โดยไม่ได้พัก

งานวิจัยบอกว่า ความเงียบหรือการปลีกวิเวก ไม่ใช่แปลว่าเรากำลังขี้เกียจ แต่เป็นการพักรบเพื่อสร้างเซลล์สมองใหม่

การกระตุ้นการสร้างเซลล์สมองใหม่ เราเรียกว่า Neurogenesis

คำว่า neuron คือ เซลล์สมอง

คำว่า genesis คือ การสร้าง

มีงานวิจัยคลาสสิกที่ทดลองในสัตว์ (หนูทดลอง) พบว่า

เมื่อหนูอยู่ในสภาพความเงียบติดต่อกัน 2 ชั่วโมงต่อวัน จะมีการเพิ่มจำนวนเซลล์ประสาทใหม่ในฮิปโปแคมปัสมากกว่าเมื่ออยู่ในเสียงรบกวนหรือเสียงพื้นฐานทั่วไป

ซึ่งเป็นหลักฐานว่าความเงียบช่วยให้สมองมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเติบโตของเซลล์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความจำและอารมณ์

ฮิปโปแคมปัสทำหน้าที่เหมือนกล่องเก็บความจำของสมอง ทำให้ความจำนั้นดีขึ้น

เราก็คงจินตนาการได้ว่า ในโลกที่ความเงียบเป็นของหายาก ทำไมเราจึงจำได้น้อยลง

ตอนนี้มีโรคยอดฮิตที่พบมากกว่าเมื่อก่อน คือ Office Syndrome

กล้ามเนื้อตึง ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ไปแบกหามอะไร

ไม่น่าเชื่อว่า แค่เครียดก็ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวได้

นี่เป็นเรื่องของ ฮอร์โมนคอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่เตรียมพร้อมร่างกายในการต่อสู้ ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวจากสมองที่อยู่ในโหมดคิดและพร้อมกระโจน

ปัญหาคือ หากมันตึงตัวนาน ๆ จะเกิดปัญหาในระดับโครงสร้าง

กล้ามเนื้อหดตัวเป็นพังผืด และไม่หายเอง (แม้หายเครียดแล้ว)

และเจ้าพังผืดนี้จะกลับไปเป็นตัวกระตุ้นความเครียดอีกครั้ง

นี่แหละ เราอยู่ในโลกที่เรียกว่า Noisy World โลกแห่งเสียงรบกวน

ความเงียบกลายเป็นสิ่งแปลก และเรากลับสำนึกผิดที่วันนี้ไม่ได้ทำอะไร

นี่เรากำลังเดินทางเข้าสู่สังคมที่แม้อายุยืนขึ้น แต่ป่วยใจมากขึ้นหรือ?

การจัดการเมื่อมีสัญญาณเตือน

สัญญาณเตือน:

คิดอะไรไม่ค่อยออก

หยุดสนใจข่าวสารไม่ได้

เครียดแบบไม่ทราบเหตุ สมองเหมือนลูกข่างหมุน ๆ

อ่านหนังสือได้ไม่เกิน 10 หน้า

ลืมชื่อง่าย ๆ ที่เคยจำได้

ปวดตึงคอบ่าไหล่

หากมีอาการเหล่านี้

ก็ถึงเวลาแล้วที่จะหาเวลาเข้าสู่ ความเงียบ

ที่ที่ไม่มีอะไรรบกวน

เวลาที่ไม่ต้องรีบทำอะไร

เตือนแล้วนะ

— อ.จ. สุรัตน์