จากกรณีอุบัติเหตุรถไฟพุ่งชนรถโดยสารประจำทาง เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 69 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมและครอบครัวผู้สูญเสียเป็นอย่างมาก ด้าน “ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” ชี้ปัญหารถไฟชนรถเมล์ มาจากการบังคับใช้กฎหมายหลายเรื่อง ทั้งการตรวจยาเสพติด กฎหมายจราจร ระยะเบรกรถไฟ 200 เมตร เป็นไปไม่ได้ เผย รฟท. เรียกร้องจุดตัดรางรถไฟกับถนนในกรุงเทพฯ เยอะ นายสถานีภาระล้น ตามที่เสนอไปนั้น
อ่านข่าวต่อ : ‘ศุภณัฐ’ ชี้ปัญหารถไฟชนรถเมล์ มาจากการบังคับใช้กฎหมายหลายเรื่อง  

เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจ “รถเมล์ไทย Rotmaethai” ได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีการติดโฆษณาบนรถเมล์ ชี้มีส่วนทำให้คนบนรถมองไม่เห็นรถไฟ ทำให้เกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์จนมีผู้เสียชีวิต

โดยเพจ รถเมล์ไทย Rotmaethai ระบุข้อความว่า “โฆษณาที่ปิดบนกระจกรถ มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ คนภายในรถเมล์มองไม่เห็นว่ามีรถไฟวิ่งมา จนเกิดอุบัติเหตุรถไฟชนรถเมล์ และมีผู้เสียชีวิต ไม่รู้ว่ามีใครจุดประเด็นนี้ไปแล้วหรือยัง พอดีดูในคลิปที่เกิดอุบัติเหตุ รถไฟชนรถเมล์สาย 206 ตรงจุดตัดบนถนนอโศก-ดินแดง แอร์พอร์ตลิงก์มักกะสัน พบว่าจุดที่รถไฟชนกับรถเมล์อย่างจัง ตรงกับตำแหน่งที่ติดโฆษณาพอดี”

นอกจากนี้ “ซึ่งการติดโฆษณาในยุคนี้ ติดโฆษณาตรงกระจกรถด้วย โดยที่คนอยู่ด้านนอกก็จะเห็นตัวโฆษณา ส่วนคนในรถก็จะเห็นเป็นตาข่ายวงกลม ที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้ แต่ก็ไม่ชัดเจน เหมือนตอนไม่มีโฆษณาติดกระจก และการติดโฆษณาบนกระจกแบบนี้ ทำให้ทัศนวิสัยในการมองจากภายในรถออกไปด้านนอก ลดประสิทธิภาพลง แล้วทำให้โอกาสที่จะรอดชีวิต หรือรอดจากการเกิดอุบัติเหตุลดลงตามไปด้วย คือ อย่างน้อย การไม่มีโฆษณาบนกระจกรถ ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการที่คนในรถมองเห็นนอกรถมากยิ่งขึ้น และสามารถตัดสินใจได้เร็วขึ้น”

อย่างไรก็ตาม “และในอดีต โฆษณาบนรถเมล์ปรับอากาศ ก็ติดบนตัวถัง ไม่ได้ล้ำขึ้นมาบนกระจก ดังภาพตัวอย่างที่เสนอมานี้ ซึ่งติดโฆษณาบนรถปรับอากาศครีมน้ำเงินเมื่อ 30 ปีก่อน แล้วจากที่ดูในคลิป ก็ไม่เข้าใจนะว่า เมื่อการจราจรมันขยับไปด้านหน้าไม่ได้ และรถไฟกำลังจะวิ่งเข้ามา ทำไมคนขับถึงไม่ตัดสินใจเปิดประตูให้ผู้โดยสารลงจากรถ เมื่อมีเหตุแบบนี้ มันเป็นความชะล่าใจหรือเปล่า สุดท้ายก็เกิดเหตุสลดขึ้น มันเคยมีกรณีหนึ่ง ตรงยมราช รถเมล์ก็จอดคร่อมราง เห็นรถไฟวิ่งเข้ามา ผู้โดยสารก็แตกตื่น คนขับก็เลยรีบเปิดประตู ให้ผู้โดยสารรีบลงมาจากรถ สุดท้ายรถไฟเบรกทัน เลยไม่เกิดอุบัติเหตุ”

ขอบคุณข้อมูล : รถเมล์ไทย Rotmaethai