เริ่มด้วยพรรครวมดาวบิ๊กข้าราชการพรรค ”โอกาสใหม่“ เปิดตัวสู่สนามการเมืองนำทัพโดย “ปลัดตุ๋ม“ จตุพร บุรุษพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ และอดีต รมว.พาณิชย์ มือเก๋าจากรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกฯ ระดมอดีตบิ๊กข้าราชการมาผนึกกำลังกับคนรุ่นใหม่ ชูจุดแข็งเรื่องความเชี่ยวชาญในกลไกรัฐ เน้นการลงมือทำจริงมากกว่าวาทกรรม ที่เพิ่งเปิดตัวไปหมาดๆ เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ชู “แม่ทัพตุ๋ม” ลงแคนดิเดตนายกฯ เตรียมปูพรมหวังสนามเลือกตั้ง ได้สส.เข้าไปนั่งในสภา 25 เก้าอี้

ตามมาติดๆกับ ”พรรคไทยก้าวใหม่“ ของ “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ที่สลัดภาพจากประชาธิปัตย์มานั่งหัวหน้าพรรคเต็มตัว ผนึกกำลังกับรุ่นใหญ่อย่าง “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” และคนรุ่นกลางอย่าง “จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร” ผสมผสานวิชาการ บวกนักการเมืองเก๋าเกม ค่ายนี้น่าสนใจเพราะรีแบรนด์ภาพลักษณ์โดดเด่น มีทิศทางที่น่าสนใจ เน้นความเป็นมันสมองจากนักวิชาการผสมผสานกับคนการเมือง ชูนโยบายวิสัยทัศน์ธนู 4 ดอก การศึกษานำ, เศรษฐกิจใหม่ด้วยเทคโนโลยี, ยกระดับคุณภาพชีวิต, สร้างค่านิยมปราบทุจริต

อีกพรรคที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้รับเสียงพูดถึงมากที่สุด คือ “พรรคเศรษฐกิจใหม่” นำทัพโดย พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ ร่วมกับ “คริส โปตระนันทน์“ ในฐานะประธานพรรคด้วยภาพลักษณ์ผู้นำดูแข็งแกร่งแบบทหาร แต่กลับชูนโยบายเสรีนิยมอย่างการ “ปราบโกง-แก้หนี้-ปฏิรูปยุติธรรม” แน่นอนว่าแม้จะเป็นพรรคน้องใหม้แต่พรรคเศรษฐกิจใหม่ได้แจ้งเกิดและกลายเป็น “ดาวรุ่ง” ทางการเมืองในช่วงสงครามไทย-กัมพูชา หลัง “พล.อ.รังษี” หัวหน้าพรรคฯ ออกโรดโชว์เดินสายให้ความเห็นแบบเปิดหน้าท้าชนในหลาย ๆ รายการวิเคราะห์การเมืองผ่านสื่อหลักและสื่อโซเชียล ด้วยลีลาและน้ำเสียงดุดันในแบบฉบับของอดีตทหารเก่า ถูกใจคอการเมืองสายชาตินิยม อย่างเห็นได้ชัด

ตามมาด้วย “พรรคพลวัต” พรรคปักธง “สิทธิมนุษยชน” ฉีกแนวจากพรรคอื่นอย่างสิ้นเชิง ของ “กัณวีร์ สืบแสง” นักสิทธิมนุษยชนตัวกลั่น ขึ้นแท่นหัวหน้าพรรค ภายหลังจากโดนปลดจากเก้าอี้เลขาธิการพรรคเป็นธรรม เบนเข็มมาตั้งพรรคของตัวเองใหม่ โดยดึง “อภิสิทธิ์ ไล่ศัตรูไกล” อดีตสส. บัญชีรายชื่อ จากพรรคประชาชน(ปชน.)มาร่วมทัพ ภายใต้คอนเซปต์ “Smart Support and Sincere” พรรคนี้ประกาศตัวชัดเจนว่าขอขาย “อุดมการณ์” และความจริงใจ มากกว่าการเล่นเกมอำนาจ เป็นทางเลือกสำหรับโหวตเตอร์ที่ต้องการเห็นความเท่าเทียมอย่างแท้จริง

ปิดท้าย “พรรครักชาติ” พื้นที่ใหม่ของ “คนรุ่นใหม่หัวใจอินฟลูฯ” นำโดย “ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์” อดีต รมว.ดีอี ที่แยกตัวจากพลังประชารัฐ(พปชร.)มาสร้างดาวคนละดวง จุดขายที่น่าสนใจคือการประกาศ “ไร้กลุ่มทุนหนุนหลัง” และเป็นพรรคสำหรับอินฟลูฯ คนรุ่นใหม่ที่อยากกำหนดทิศทางประเทศด้วยมือตัวเอง

เป็นพรรคเหล้าเก่าในขวดใหม่ เป็นทางเลือกใหม่ หรือแค่เปลี่ยนป้ายคงเป็นคำตอบได้ดีสำหรับผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 2569 เข้าคูหากาพรรคไหน เพราะในระบบการเมืองพรรคขนาดกลางและพรรคขนาดเล็ก กลายเป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลทุกครั้ง ฉะนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่ทางออกใหม่ของประเทศไทยได้จริงหรือไม่คำตอบอยู่ในมือของคนไทยทุกคนในวันเลือกตั้ง 8 ก.พ.2569