เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. ประเทศมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียน ได้ออกแถลงการณ์ของประธานอาเซียน ซึ่งเป็นผลสรุปของการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ว่าด้วยสถานการณ์ระหว่างกัมพูชาและประเทศไทยในปัจจุบัน ในวันที่ 22 ธ.ค.2568 โดยระบุว่า ที่ประชุมย้ำถึงความมุ่งมั่นต่อเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาเซียน ตลอดจน ความเป็นศูนย์กลางของอาเซียน (ASEAN Centrality) ในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความรุ่งเรืองของภูมิภาค ตามกฎบัตรอาเซียน อีกทั้งแสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อความตึงเครียดและการสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่ ซึ่งส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตจำนวนมาก ความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน และการพลัดถิ่นของประชาชนทั้งสองฝั่ง และได้เรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่ายประกันว่าพลเรือนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนซึ่งได้รับผลกระทบ จะสามารถกลับคืนสู่บ้านเรือนและการดำรงชีวิตตามปกติได้อย่างปลอดภัย มีศักดิ์ศรี และปราศจากอุปสรรค ดังเช่นก่อนเกิดเหตุการณ์สู้รบ

โดยที่ประชุมเรียกร้องให้กัมพูชาและไทยใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด อีกทั้งดำเนินมาตรการเร่งด่วนเพื่อยุติการสู้รบทุกรูปแบบ รวมถึงขอให้ทั้ง 2 ประเทศฟื้นฟูความไว้วางใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน และกลับเข้าสู่กระบวนการเจรจา รวมถึงผ่านกลไกทวิภาคี ตลอดจนการใช้บทบาทเอื้ออำนวยของประธานอาเซียน ฟื้นฟูความร่วมมือด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และดำเนินการลดระดับกำลังทางทหารตามแนวชายแดนร่วม ภายใต้การสังเกตการณ์ของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (เอโอที) พร้อมทั้งยึดมั่นในหลักกฎหมายระหว่างประเทศ การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือพหุภาคี เพื่อแสวงหาทางออกที่สันติและยั่งยืนต่อสถานการณ์นี้

รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยินดีต่อการหารือเกี่ยวกับการกลับมาใช้ข้อตกลงหยุดยิงและการยุติการสู้รบ โดยคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) จะจัดประชุมในวันที่ 24 ธ.ค.2568 เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินการและการตรวจสอบการหยุดยิง รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนแสดงความหวังว่าการลดระดับการสู้รบจะเกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้รัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนจะติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิดต่อไป