เป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่เศร้าสะเทือนหัวใจคนดนตรี เมื่อวงการบันเมิงไทยต้องสูญเสียบุคคลคุณภาพระดับตำนาน “พ.อ.อ.มนัส ปิติสานต์” ศิลปินแห่งชาติผู้เป็นเจ้าของบทเพลงอมตะมากมายที่กลายเป็นสมบัติของชาติไปแล้ว โดยในที่ 22 ธ.ค. 68 บรรยากาศ ณ วัดธาตุทอง เต็มไปด้วยความอาลัยรัก ท่ามกลางคนบันเทิงและศิลปินชั้นครูที่เดินทางเข้าร่วมพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพกันอย่างเนืองแน่น
ในการนี้ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมเครื่องเกียรติยศประกอบศพชั้นสูง “หีบลายก้านแย่ง” เพื่อเชิดชูคุณงามความดีของศิลปินแห่งชาติผู้ล่วงลับ โดยมีศิลปินรุ่นใหญ่ อาทิ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส, วินัย พันธุรักษ์, เม้า สุดา ชื่นบาน อรวี สัจจานนท์ และอีกมากมาย มาร่วมส่งดวงวิญญาณครูมนัสเป็นครั้งสุดท้าย
ด้าน “พรพิมล มั่นฤทัย” บิ๊กบอสค่ายโคลีเซี่ยมฯ ผู้ถือลิขสิทธิ์เพลงกว่า 200 เพลงของครูมนัส ได้เปิดใจถึงเบื้องลึกที่หลายคนไม่เคยรู้ว่า ครูมนัสเป็นผู้ตัดสินใจมอบลิขสิทธิ์ที่ถือครองมานานถึง 68 ปี ให้กับเธอเมื่อเพียง 6 เดือนก่อนเสียชีวิต โดย พรพิมล เผยว่า
“ครูเพิ่งมอบลิขสิทธิ์ให้เมื่อ 6 เดือนที่แล้ว จัดวันเกิดแล้วก็มอบลิขสิทธิ์ให้เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 68 ถึงได้บอกว่าน่าเสียดายวันเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน ครูมนัสถือลิขสิทธิ์เองมา 68 ปีซึ่งจริงๆแล้ว ท่านอื่นสามารถถือลิขสิทธิ์ได้แต่ครูเก็บให้ พรพิมลก็รู้สึกดีใจมากๆ ไม่นึกมาก่อนว่าจะมีโอกาสนี้ เคยถามถึงเหตุผลที่ครูมนัสตัดสินใจมอบลิขสิทธิ์นี้ให้กับพรวิมลครูเขาบอกว่า เห็นเรามีความตั้งใจ มีความใส่ใจในครู ครูบอกว่ามองหาหนูมานาน ได้เจอในงานแต่ไม่มีโอกาสได้พูดคุยเพราะมีคนเข้าหาครูเยอะมาก เราได้แค่สวัสดีแล้วก็ผ่านจนมาเจอครูที่บ้าน ครูมองหน้าเรา มันรู้สึกได้ไปถึงความรู้สึกข้างในเลยตื้นตันใจมาก(กลั้นน้ำตา) ครูเก็บไว้ที่ตัวเองตั้ง 68 ปี เก็บรอเหมือนมันถูกกำหนดไว้ ก็ขอบคุณครู ที่มั่นใจและตั้งใจว่าเราจะสามารถ สานต่อพร้อมกับดูแลครอบครัวของเขา”
“ในเรื่องของการดูแลลิขสิทธิ์หากมีการจัดคอนเสิร์ต หรือการอัดส่วนตัวก็จะมีการกำหนดค่าลิขสิทธิ์ มากน้อยเราก็คุยกันไป ส่วนหนึ่งถ้าเราได้เงินมาแล้วเราก็ต้องแบ่งให้กับทางครอบครัว บอกครูไม่ต้องห่วงนะหนูจะดูแลทั้งหมดและบอกกับพี่จ๋อม(ลูกสาวครูมนัส) สัญญาไม่ได้ทำ ไม่เป็นไร สัญญาด้วยหัวใจ ได้เงินมาเราก็แบ่งปันกันไป เรื่องของส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ก็จะมีทางครอบครัวซึ่งคือคุณจ๋อมเป็นคนรับ”

พรพิมล เผยต่อว่า “วันนั้นเราได้ไปเยี่ยมครูที่โรงพยาบาลแล้วก็กราบที่อก บอกครูว่าที่ครูมอบให้หนูก็ถือว่าเป็นบุญของหนูแล้ว หนูจะดูแลอย่างดีพร้อมกับดูแลครอบครัวเพราะฉะนั้นครูไม่ต้องห่วงพี่จ๋อม ครูเป็นห่วงพี่จ๋อมมากเพราะพี่จ๋อมเป็นลูกผู้หญิงคนเดียวที่ดูแลครูตลอด ซึ่งครูมีลูก 5 คน ผู้ชาย 4 ผู้หญิง 1 คน ก่อนจะไปครูไม่ได้สั่งเสียอะไรแต่แค่รู้สึกว่าคิดถูกที่มอบให้เรา ท่านบอกว่ารู้ว่าเราเป็นคนดี ในความรู้สึกของเราเหมือนครูเขารู้สึกสบายใจที่ได้มอบให้กับเรา เขามองหน้า เป็นเวลา 5- 10 นาทีได้ โดยที่ครูไม่พูดอะไรเลย มันพิมพ์เข้าไปในหัวใจ เราบอกกับครูไปว่าครูมองหนูรู้สึกเขิน(ยิ้ม) แล้วเขาก็บอกว่าขอบใจนะหนู มันเป็นความรู้สึกเหมือนเขาเลือกเราแล้ว”
“การซื้อลิขสิทธิ์จากครูมนัสในตอนแรก ครูมนัสเสนอขายในราคา 1.8 ล้านบาท เพื่อเป็นเงินก้อนหนึ่งสำหรับดูแลตัวเอง เราก็ได้มีการไปคุยกับครูว่าขอลดหย่อนได้ไหม ครูบอกมาว่าแล้วแต่หนู เราก็ตอบไปว่าเราไม่กล้าบอกหรอกครู ครูมนัสท่านก็เลยบอกว่านั้นออกไป 1.2 ล้าน เราก็ตกใจคิดว่าน่าจะราคาสัก 1.5 ล้าน ลดลงให้เยอะมาก เราก็กราบขอบคุณครูและบอกครูว่าครูไม่ต้องห่วงหนูจะดูแลครูจนวินาทีสุดท้ายและดูแลงานทั้งหมด ซึ่งผลงานของครูมนัสมีอยู่ประมาณ 200 กว่าเพลง เป็นเพลงที่เพราะมีคุณค่าทั้งหมด”

พรพิมล เล่าต่อว่า “เชื่อว่าครูไม่ได้ขายเพราะต้องการนำเงินไปรักษาตัว ครูยังแข็งแรง ซึ่งความจริงก่อนวันจากไป ครูไม่สบายเพียงไม่กี่วัน หลังจากนั้นครูก็จากไปอย่างสงบ คิดว่าที่ขายลิขสิทธิ์ให้เพราะอยากนำเงินไปแบ่งปันให้กับลูก ท่านเป็นห่วงที่สุดคือเรื่องลูก อยากมีเงินเก็บไว้ให้เป็นมรดกคิดว่าเป็นอย่างนั้นมากกว่า เพราะเท่าที่ดูแล้วครูไม่มีอะไรที่ยังเป็นห่วง ทุกครั้งที่เจอครูก็จะพูดแต่เรื่องดีๆ ขอบคุณที่เราจัดงานวันเกิดให้ บอกว่าไม่เคยมีงานวันเกิดยิ่งใหญ่แบบนี้มาก่อน จัดงานวันเกิดแล้วก็มอบลิขสิทธิ์ให้นี่เป็นสิ่งที่ครูภูมิใจมากที่สุด เรื่องของการต่อยอดผลงานตัวเองหลังจากนี้อาจจะมีคอนเสิร์ต ของครูมนัสและของอีกหลายๆคนที่เราเห็นสมควรเราจะเก็บไว้”







