เมื่อวันที่ 21 มิ.ย. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเตรียมอภิปรายร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 และร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ของพรรคประชาธิปัตย์ โดยเตรียม สส.  อภิปรายเนื้อหาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณ ปี 2569 ราว 3 – 4 คน ซึ่งเรื่องใหญ่ที่พรรคจะชี้เห็นคือรัฐบาลดำเนินการ จัดทำร่างกฏหมายโอนงบล่าช้า จึงทำให้ไทยเสียโอกาสเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณ ทำให้หน่วยงานเร่งใช้งบฯ จากเดิมที่รัฐคาดการณ์จะทำการโอนงบได้เกือบ 100,000 ล้านบาท แต่สุดท้ายโอนงบได้เพียง 10,000 ล้านบาท ซึ่งหากรัฐบาลดำเนินการโอนงบได้เร็วอาจไม่จำเป็นต้องออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ทำให้เสียโอกาสในการใช้งบฯ โดยไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย  

นายสาทิตย์ กล่าวว่า การอภิปรายร่างกฎหมายงบฯ 2570 ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่สำคัญ รัฐบาลมีเวลาที่จะดูเรื่องการใช้จ่ายงบฯ มากพอสมควรที่จะดูแลเรื่องการจัดสรรงบ โดยในภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจขณะนี้ การใช้จ่ายงบฯ ของรัฐที่มีจำกัด ควรมีทิศทางในการใช้จ่ายสอดคล้องกับภาวะการทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และรัฐบาลอ้างเรื่องของภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นและความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ดังนั้นการใช้จ่ายต้องกำหนดทิศทางที่ชัดเจน เช่น 1. ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม การใช้จ่ายตามนโยบายของรัฐบาลมุ่งดูแลประชาชนพุ่งเป้า หว่านโปรย ต้องดูว่ารัฐบาลจัดสรรงบฯ ดูแลประชาชนในกลุ่มต่างๆ อย่างไร 2. ในภาวะเศรษฐกิจจะต้องระมัดระวังหลายเรื่องเช่น เรื่องเงินเฟ้อ 3.ต้องรู้ว่าการใช้จ่ายตามนโยบายรัฐบาลตอบโจทย์ภาวะการทางเศรษฐกิจหรือไม่ เช่นงบลงทุนต้องสอดคล้องกับทิศทางที่ควรเป็นในมิติของอนาคตเช่นการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และ 4. โครงสร้างพื้นฐาน รัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ควบคุมทิศทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของกระทรวง ทบวง กรมทำให้เกิดการใช้จ่ายงบซ้ำซ้อน และสูญเปล่า

นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า เกี่ยวกับการป้องกันการทุจริตการใช้งบประมาณที่อาจเกิดขึ้นที่จะเป็นประเด็นใหญ่ในการอภิปรายว่าการจัดสรรงบงบประมาณรายจ่ายประจำปี เรื่องใหญ่คือการใช้ Open Data  การเปิดข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างของรัฐ ในการอภิปรายพรรคประชาธิปัตย์จะชี้เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างที่เรียลไทม์ทันต่อเวลาจะทำให้เกิดการตรวจสอบรั่วไหลของงบประมาณได้อย่างมีประสิทธิภาพ.