เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสุรินทร์ยังร้อนแรง ทหารไทยและกัมพูชาปะทะกันต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ขณะที่ชาวบ้านบางส่วนกล้ากลับเข้าบ้านหลังทหารไทยยึดคืนจุดยุทธศาสตร์สำคัญ
โดยตั้งแต่เวลา 05.30 น. วันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แนวรบปราสาทตาเมือนธมและช่องกร่าง ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ มีการปะทะอย่างต่อเนื่อง ทหารไทยยิงปืนใหญ่ตอบโต้ทหารกัมพูชาหลายชุด เสียงดังสนั่นหวั่นไหวตามแนวชายแดนปราสาทตาควาย เนิน 350 ช่องกร่าง และปราสาทตาเมือนธม
ต่อมาเวลาประมาณ 07.45 น. กัมพูชายิงจรวด BM-21 เข้าใส่ทหารไทยชุดแรก ก่อนสลับกับการยิงปืนค.เป็นระยะ ๆ ขณะที่ไทยยิงปืนใหญ่สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ทหารไทยตรวจพบความเคลื่อนไหวของกองกำลังกัมพูชาที่พยายามเสริมกำลังและอาวุธหนักเพื่อยึดคืนจุดยุทธศาสตร์ชายแดนทั้งหมด แต่ไทยสามารถยึดคืนปราสาทตาควายและเนิน 350 ได้สำเร็จ

ในช่วงบ่ายวันนี้ยังไม่พบการยิงจรวด BM-21 เพิ่มจากฝั่งกัมพูชา แต่เสียงปืนใหญ่ยังดังเป็นระยะ
ขณะเดียวกัน ชาวบ้านบางส่วนเริ่มกลับเข้าบ้านเรือน เช่น นางสินีนาถ เสริมหาญ และนายนิธิพัฒน์ สิงหานุวุฒน์ 2 สามีภรรยา จากตำบลแนงมุด อำเภอกาบเชิง ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับอำเภอพนมดงรัก และอยู่ในพื้นที่สีแดง ได้ตัดสินใจเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้างเป็นวันแรก แม้ว่ายังไม่มีคำสั่งทางการให้กลับเข้าพื้นที่ แต่มั่นใจว่าสถานการณ์จะดีขึ้น
ทั้งนี้ ชาวบ้านและผู้สื่อข่าวย้ำว่า ไทยต้องเด็ดขาดในการเจรจาหยุดยิงกับกัมพูชา และควรเร่งการเยียวยาผู้ประสบภัย เพราะชาวบ้านที่อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยยังขาดรายได้และต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน



