สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่านายเจฟฟ์ แลนดรีย์ ผู้ว่าการรัฐลุยเซียนา ในฐานะผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำกรีนแลนด์ กล่าวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ได้รับแต่งตั้ง ว่ารัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ได้ต้องการเข้าไปที่กรีนแลนด์ “เพื่อเอาชนะใคร” หรือ “ยึดครองประเทศของใคร”


อย่างไรก็ตาม สหรัฐกำลังพิจารณาแนวทาง ในการเริ่มหารือกับประชาชนในกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก เกี่ยวกับ “แนวทางที่ดีที่สุด” สำหรับดินแดนแห่งนี้ ที่มีความสำคัญในทางยุทธศาสตร์ โดยรวมถึงการ “เสนอเสรีภาพทางเศรษฐกิจ” ให้แก่ประชาชนในพื้นที่


ขณะที่รัฐบาลเดนมาร์กเผยแพร่แถลงการณ์ร่วม ระหว่างนายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ผู้นำเดนมาร์ก กับนายเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์ ว่า “พรมแดนของชาติและอธิปไตยของรัฐนั้นหยั่งรากอยู่ในกฎหมายระหว่างประเทศ สิ่งเหล่านี้คือหลักการพื้นฐาน ไม่มีใครสามารถผนวกประเทศอื่นได้ แม้ใช้ข้ออ้างเรื่องความมั่นคงระหว่างประเทศก็ตาม”


ปัจจุบัน กรีนแลนด์มีประชากรราว 57,000 คน แม้ส่วนใหญ่ต้องการเป็นอิสระจากเดนมาร์ก อย่างไรก็ตาม ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ยืนกรานว่า ไม่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐเช่นกัน


ตอนนี้ กรีนแลนด์มีความสำคัญในทางภูมิรัฐศาสตร์มากขึ้น ท่ามกลางการขับเคี่ยวของสหรัฐ จีน และรัสเซีย ต่อภูมิภาคอาร์กติกที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะเมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เส้นทางเดินเรือเปิดมากขึ้น และตำแหน่งที่ตั้งของกรีนแลนด์ยังถือเป็น “เส้นทางสั้นที่สุด” สำหรับการยิงขีปนาวุธระหว่างรัสเซียกับสหรัฐด้วย.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES