วันที่ 26 มิ.ย. จากกรณีที่ กรมศุลกากร ตรวจยึดธนบัตรไทย มูลค่ารวมกว่า 23 ล้านบาท ซุกซ่อนในกล่องสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง พยายามลักลอบนำออกนอกราชอาณาจักร
ด่านศุลกากรแม่สาย สำนักงานศุลกากรภาคที่ 3 ตรวจค้น พบธนบัตรไทยฉบับละ 1,000 บาท ซุกซ่อนในกล่องลังกระดาษสินค้าปลาเส้นและมันฝรั่ง จำนวน 2 กล่อง
กล่องที่ 1 บรรจุธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 17 มัด มัดละ 1,000,000 บาท รวมจำนวนทั้งสิ้น 17,000,000.00 บาท (สิบเจ็ดล้านบาท)
กล่องที่ 2 บรรจุธนบัตร 1,000 บาท จำนวน 6 มัด มัดละ 1,000,000 บาท และธนบัตร 1,000 บาท อีกจำนวน 23 ฉบับ รวมจำนวนทั้งสิ้น 6,023,000.00 บาท (หกล้านสองหมื่นสามพันบาท) รวมเป็นเงินจำนวนทั้งสิ้น 23,023,000.00 บาท (ยี่สิบสามล้านสองหมื่นสามพันบาท)
โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน และไม่ได้แจ้งต่อพนักงานศุลกากรในการนำเงินดังกล่าวออกไปนอกราชอาณาจักร จึงได้ยึดของกลางและจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
การกระทำดังกล่าวเป็นการพยายามลักลอบส่งเงินตราไทยออกไปนอกราชอาณาจักรซึ่งยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 ประกอบมาตรา 252 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 ประกอบมาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญา และเป็นความผิดตามมาตรา 8 และมาตรา 8 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ. 2485
ในเรื่องนี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ได้สั่งการและกำชับให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องนี้ว่าธนาคารได้กระทำผิดจากหลักเกณฑ์การถอนเงินสดหรือไม่ หลังจากประกาศเรื่องการห้ามถอนเงินสดเกิน 5 ล้านบาท มีผลตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 เป็นต้นมา
นอกจากนี้ ในเฟส 2 ของเรื่องนี้ จะเข้มงวดการทำ due diligence ในการถอนเงินสดให้แต่ละธนาคารมีมาตรฐานมากขึ้น
“สั่งให้ทีมตรวจสอบในทันที ยังไม่แน่ใจว่า ได้มีการถอนก่อนหรือหลังจากประกาศว่าห้ามถอนเงินเกิน 5 ล้านบาท และได้สั่งให้ธนาคารที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบแล้ว ต้องรอติดตามดูต่อไป”



