เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 68 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ประธานยุทธศาสตร์พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า การเมืองที่ดี ต้องพาประเทศไปข้างหน้า ไม่ใช่พากลับไปซ้ำรอยเดิม ก่อนจะเชื่อคำพูดสวย ๆ บนเวทีดีเบต ลองหยุดคิดสักนิดว่า พรรค #ดีแต่พูด …เคยทำอะไรไว้กับประเทศนี้บ้าง
พรรคที่เคยเรียกร้อง “การปฏิวัติ” แทนการแก้ปัญหาในระบบรัฐสภา พรรคที่เคยเป็นรัฐบาลในช่วงเหตุการณ์รุนแรงกลางเมืองหลวง มีประชาชนเสียชีวิต แต่ไม่เคยแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองอย่างแท้จริง
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า พรรคที่ทำให้คำว่า ปฏิรูปที่ดิน กลายเป็นตราบาป เอาที่ดินหลวงไปอยู่ในมือคนรวย พรรคที่บริหารเศรษฐกิจล้มเหลว จนต้องขายหนี้ ขายทรัพย์สินของคนไทยให้ต่างชาติในราคาถูก พรรคที่ “ตระบัดสัตย์ทางการเมือง” พูดอย่างหนึ่ง แต่ทำอีกอย่าง เมื่อถึงเวลาจริงพรรคที่มีคดีทุจริตซื้อเสียง สมาชิกบางคนติดคุก พรรคที่ยุบสภา หนีการลงมติไม่ไว้วางใจ คำถามคือ พรรคแบบนี้ มีสิทธิสอนใครเรื่องคุณธรรมทางการเมืองจริงหรือ
น.อ.อนุดิษฐ์ ระบุว่า การเมืองควรสร้าง ความสามัคคี ไม่ใช่ใช้ความแตกแยกเป็นเครื่องมือ น่าแปลกที่ทุกครั้งที่พรรคการเมืองลักษณะนี้ได้เป็นรัฐบาล ประเทศจะเจอ “วิกฤติ” และ “ความขัดแย้ง” เสมอ และเมื่อไม่ได้เป็นรัฐบาล ก็เลือกใช้ “วิธีนอกระบบ” ปลุกกระแส ปลุกอารมณ์ เป่านกหวีด ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ เราเห็นอดีตผู้นำพรรคคนเดิม กลับมาออกหน้าดีเบต เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ทั้งที่ประวัติของพรรคตัวเอง เต็มไปด้วยคำถามที่ยังไม่เคยมีคำตอบ จึงอดสงสัยไม่ได้ว่า นี่คือความเชื่อจริง ๆ หรือเป็นเพียง “การตลาดทางการเมือง” เพื่อวัดกระแส เพื่อแย่งฐานผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากพรรคสีอื่น โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่
“ถ้านี่คือแผนที่วางไว้ บอกตรง ๆ ว่า น่าสมเพช เพราะมันไม่ใช่การเมืองที่พาประเทศไปข้างหน้า แต่คือการเอาอดีตที่ล้มเหลว มารีแบรนด์ใหม่ แค่อยากแนะนำท่านว่า ประเทศไทยไม่ต้องการนักการเมืองที่ “ดีแต่พูด” แต่ต้องการนักการเมืองที่ กล้ายอมรับอดีต และไม่ทำให้มันเกิดซ้ำขึ้นอีก ไม่เชื่อกันก็ไม่เป็นไรครับ” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว.



