สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่า รายงานดังกล่าว ซึ่งจัดทำขึ้นตามคำสั่งของสภาคองเกรส และเผยแพร่บนเว็บไซต์ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. เป็นรายงานฉบับแรกที่ออกระหว่างทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยที่สอง

รายงานระบุว่า กองทัพจีนมีความซับซ้อนและความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น ระมัดระวังต่อข้อตกลงใหญ่กับสหรัฐ และเรียนรู้บทเรียนจากความล้มเหลวของรัสเซียในยูเครน ควบคู่กับการเพิ่มแรงกดดันต่อไต้หวัน

แม้รายงานฉบับชี้ให้เห็นว่า จีนและรัสเซียยังคงกระชับความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเกือบจะแน่นอนว่าเกิดจากผลประโยชน์ร่วมกันในการต่อต้านสหรัฐ แต่ความร่วมมือข้างต้นถูกขัดขวางโดยทั้งสองฝ่าย เนื่องจากความไม่ไว้วางใจต่อกันและกัน

อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีหลายคนกล่าวเตือนว่า จีนกำลังแซงหน้าสหรัฐ ในการพัฒนาอาวุธความเร็วเหนือเสียง ขณะที่ระบบ “โกลเดน โดม” ที่ทรัมป์วางแผนสร้าง มีจุดประสงค์เพื่อป้องกันอาวุธเหล่านั้น และภัยคุกคามทางนวัตกรรมอื่น ๆ ตลอดจนขีปนาวุธแบบดั้งเดิม

อนึ่ง รายงานฉบับก่อนหน้านี้ ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือน ธ.ค. 2567 โดยรัฐบาลของอดีตประธานาธิบดีโจ ไบเดน เตือนว่า จีนเป็นคู่แข่งเพียงรายเดียวของสหรัฐ ที่มีเจตนาและขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในการเปลี่ยนแปลงระเบียบระหว่างประเทศ พร้อมกับเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรับมือกับความท้าทายจาก “กองทัพที่มีศักยภาพเพิ่มขึ้น” ของจีน

กระนั้น การเผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด เกิดขึ้นหลังสหรัฐเปิดเผยเอกสารยุทธศาสตร์ความมั่นคงแห่งชาติฉบับใหม่ ซึ่งให้ความสำคัญกับประเด็นในซีกโลกตะวันตกและภายในประเทศ มากกว่าภัยคุกคามจากจีน.

เครดิตภาพ : AFP