สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ว่า กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ระบุในแถลงการณ์ว่า นักเคลื่อนไหวหัวรุนแรงและองค์กรอิสระ (เอ็นจีโอ) ที่ถูกใช้เป็นอาวุธเหล่านี้ ผลักดันการปราบปรามด้วยการเซ็นเซอร์โดยรัฐต่างชาติ ซึ่งในแต่ละกรณีพุ่งเป้าโจมตีชาวอเมริกัน และบริษัทของสหรัฐ

มาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวมุ่งเป้าไปยังนายตีแยรี เบรตอง อดีตข้าหลวงด้านตลาดภายในของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ซึ่งเขามักมีความขัดแย้งกับผู้ประกอบการเทคโนโลยีหลายคน เช่น นายอีลอน มัสก์ เกี่ยวกับพันธกรณีในการปฏิบัติตามกฎระเบียบของอียู

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐระบุว่า เบรตองเป็น “ผู้บงการ” ของกฎหมายการให้บริการดิจิทัล (ดีเอสเอ) ซึ่งเป็นกฎหมายฉบับสำคัญที่กำหนดการคัดกรองเนื้อหาและมาตรฐานอื่น ๆ สำหรับแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ขนาดใหญ่ที่ดำเนินงานในยุโรป

WION

อนึ่ง ดีเอสเอกลายเป็นศูนย์รวมความไม่พอใจสำหรับฝ่ายอนุรักษนิยมในสหรัฐ ที่มองว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นอาวุธในการเซ็นเซอร์ความคิดเห็นของฝ่ายขวา ในยุโรปและที่อื่น ๆ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่อียูปฏิเสธอย่างรุนแรง

ด้านเบรตอง ซึ่งออกจากอีซีเมื่อปี 2567 วิพากษ์วิจารณ์บนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ว่า การแบนดังกล่าวถือเป็น “การล่าแม่มด” โดยเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับยุคของนายโจเซฟ แมคคาร์ธี อดีตวุฒิสมาชิกสหรัฐ เมื่อเจ้าหน้าที่หลายคนถูกไล่ออกจากรัฐบาลวอชิงตัน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับลัทธิคอมมิวนิสต์

นอกจากเบรตองแล้ว การแบนวีซ่ายังมีผลบังคับใช้กับบุคคลอีก 4 คน จากองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานด้านดิจิทัลเช่นกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS