นายกฤชรัตน์ หิรัณยศิริ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท เอ็มทีเอส โกลด์ แม่ทองสุก จำกัด เปิดเผยถึงมาตรการดูแลค่าเงินบาทแข็งของกระทรวงการคลัง ,ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ใน 3 มาตรการที่ประกาศออกมาเมื่อวันที่ 23 ธ.ค.68 ที่ผ่านมาว่า ในด้านมาตรการที่ 1.การส่งมอบธุรกรรมการซื้อขายต่างๆนั้น ทางผู้ประกอบการพร้อมให้ความร่วมมือแต่ติดปัญหาในทางปฏิบัติเนื่องจาก ธปท. ต้องการข้อมูลละเอียดแบบรายวัน ซึ่งทำได้ยากมากเพราะปริมาณธุรกรรมแต่ละวันเป็นหลักหมื่นหลักแสน ทำให้ไม่สามารถทำได้ทัน

ส่วนมาตรการที่ 2.เรื่องการจัดเก็บภาษีนั้นไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่ผู้นำองค์กรคิดอะไรไม่ออกแล้วบอกเก็บภาษี เพราะถือเป็นการทำร้ายอุตสาหกรรมและผู้บริโภคโดยตรง ในขณะที่ศูนย์กลางการเงินอย่างสิงคโปร์และฮ่องกงให้ความสำคัญและดึงดูดอุตสาหกรรมทองคำ แต่ไทยกลับใช้ระบบภาษีซึ่งอาจส่งผลเสียต่อตลาดในระยะยาวเช่นเดียวกับการเก็บมาตรการภาษีกำไรจากหุ้นที่จะออกมาก่อนหน้านี้ และมาตรการที่3.กำหนดเพดานวงเงินซื้อขายนั้นผู้ประกอบการเห็นด้วยเป็นบางส่วน แต่อยากให้มีการพูดคุยกันต่อว่าจะกำหนดเพดานที่เท่าไหร่ และมีจุดประสงค์เพื่ออะไร

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 ธ.ค.68 นี้ ทาง ธปท.ได้นัดหารือในเรื่องดังกล่าวกับผู้ค้าทองคำอีกครั้ง จึงได้เตรียมยื่นข้อเสนอขอปรับเกณฑ์รายงานธุรกรรมจากรายวันเป็น 7-10 วัน ส่งให้ทาง ธปท. 1 ครั้งแทน พร้อมกับการคัดค้านและชี้แจงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับการเก็บภาษี และนำเสนอการกำหนดกรองเพดานการซื้อขายเพื่อให้อยู่ในกรอบที่ผู้ประกอบการรับสภาพได้