เมื่อเวลา 09.55 น. วันที่ 25 ธ.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงเหตุผลที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ เปิดตัวเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย ลำดับที่ 2 ว่าพรรคภูมิใจไทยขยายตัวเพิ่มมากขึ้น และเชื่อมั่นว่าจะได้ สส. ที่เพิ่มมากขึ้น จึงเห็นว่าที่ผ่านมา การมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว หากเกิดสถานการณ์อะไรต่างๆ จะทำให้การทำงานเกิดความขาดช่วงได้ เลยต้องเผื่อเหลือเผื่อขาดเอาไว้
เมื่อถามว่าก่อนหน้านี้ที่มีชื่อของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยนั้น นายกฯ กล่าวว่า เราพยายามที่จะทาบทามบุคคลที่เป็นที่ยอมรับและได้รับความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชน แต่แต่ละท่านอาจมีข้อจำกัดบางประการที่เราต้องเคารพ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ท่านทั้งสองก็ตกลงที่จะร่วมเป็นทีมงาน หากตนได้มีโอกาสบริหารประเทศต่อไป ฉะนั้นเราจะไปบังคับไม่ได้ เพราะเขาอาจจะมีความสบายใจในการทำงานในระดับนี้
เมื่อถามอีกว่า นายสีหศักดิ์ตอบรับเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยในวันไหน เพราะมีบางรายการอ้างว่าบังคับมาสวมเสื้อกั๊กภูมิใจไทย นายอนุทิน กล่าวว่า จะไปบังคับใครได้ อายุและวุฒิภาวะขนาดนี้กันแล้ว ก็เห็นมีคนโทรศัพท์มาบอกว่ามีรายการของนายดนัย เอกมหาสวัสดิ์ หรือ หมาแก่ ตนก็ว่าแกวิเคราะห์ไปเรื่อย สมัยเด็กหากตนทำแบบนี้ก็ถูกคุณพ่อดุตาย เลยบอกว่าอย่าโชว์อะไรที่เขาเรียกว่าไม่ฉลาด และนายสีหศักดิ์ ได้สมัครสมาชิกพรรคแล้ว
เมื่อถามย้ำว่า นายสีหศักดิ์ รับปากเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีวันไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ตนคุยกับท่านมาเรื่อยๆ ในบรรดาทั้ง 3 ท่านคือ นายเอกนิติ นางศุภจี และ นายสีหศักดิ์ ซึ่งมีประสบการณ์ทำงานในระดับประเทศอย่างยาวนาน เพราะหลังจากท่านพ้นปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็ยังเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ท่านอาจจะสัมผัสในเรื่องของงานการเมืองมากหน่อย และท่านก็ใช้ประสบการณ์ในอดีตที่เคยเป็นทูตในหลายประเทศ หากจะให้พูดทั้ง 3 ท่าน ก็มีความเหมาะสม ฝากบ้านเมืองกับบุคคลเหล่านี้ได้หมด คิดว่าไม่ใช่ประเด็นการเมืองและการบังคับขู่เข็ญใดๆ จะเป็นไปได้อย่างไรคนระดับนี้ แม้กระทั่งไปบังคับให้ใส่เสื้อกั๊ก ในงานแถลงนโยบายพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. นายสีหศักดิ์ ท่านก็ใส่เสื้อนอกมา แต่เมื่อนายสีหศักดิ์ เห็นทุกคนใส่เสื้อกั๊ก ท่านก็ถอดเสื้อนอกออก และใส่เสื้อกั๊ก และมาถ่ายรูปหมู่มาใส่เสื้อด้วยกัน เราไม่ได้บังคับอะไร ตอนที่ท่านแสดงวิสัยทัศน์ พวกเรายังบอกว่าท่านใส่สูทก็ได้ เพราะท่านแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องต่างประเทศ ท่านสบายใจก็เอาแบบนั้น ทุกคนก็แฮบปี้ และนายเอกนิติ นางศุภจี จะไปบังคับอะไรได้ ทุกคนก็ทำด้วยความเต็มใจ
เมื่อถามย้ำว่า นายสีหศักดิ์ ตอบรับช่วงไหนเพราะวันที่ 23 ธ.ค. ยังบอกว่านายกรัฐมนตรียังไม่เคยจีบเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน กล่าวว่า คำว่าจีบถ้าตนยังไม่พูดอย่างเป็นทางการ มันก็คนรู้จักกัน ถ้าจะจีบก็ต้องตั้งแต่ชวนร่วมรัฐบาลแล้ว ก็มีการพูดกันไว้ “พี่พร้อมไหมมาช่วยกันหน่อย ถ้าเกิดอีกสองท่านไม่สะดวกก็พี่ ถามว่าแบบนี้คือการจีบไหม” ซึ่งนายสีหศักดิ์ ก็พูดกับสาธารณะตลอดเวลา ว่าท่านชอบงานด้านต่างประเทศ ให้ท่านทำตรงนั้นท่านก็ทำได้ ตอนนี้คนที่ชอบหรือไม่ชอบการเมือง คนที่มีตำแหน่งหรือสถานะทางการเมือง ต่อให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี ที่ปรึกษา เลขาฯ ที่มีการแต่งตั้ง ถ้าจะไปกรอกอาชีพตอนตรวจคนเข้าเมือง ก็จะบอกว่าเป็นนักการเมือง เพราะไม่มีอาชีพรัฐมนตรี นายสีหศักดิ์ก็มีความคุ้นเคยมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากท่านขึ้นเวทีเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ต่อสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ถือว่าพูดต่อหน้าประชาชนทั้งประเทศ ตนก็ว่าท่านมีความคุ้นเคยขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนมีความมั่นใจ
เมื่อถามย้ำว่า นายสีหศักดิ์ตอบรับมาเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีคนระดับนี้ใช้ญาณคุยกัน เมื่อถามว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า คนในพรรคจะมีโอกาสเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกคนมีโอกาสหมด เที่ยวนี้เป็นการปรับสถานะของพรรคอีกรอบหนึ่ง มันก็ยังมีข้อจำกัดต่างๆ ซึ่งหลังจากผ่านการเลือกตั้งครั้งนี้ไป ถ้าเราได้รับความไว้วางใจจากประชาชน และเราเห็นสถานะของพรรคหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. 69 ก็จะมีความชัดเจนมากขึ้น อย่างไรก็ต้องฟังเสียงประชาชนเพราะเขาคือผู้ตัดสิน อย่ามาถามตน ตนตัดสินอะไรไม่ได้ เป็นอย่างไรก็ทำตามเสียงของประชาชน
นอกจากนี้ ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวยังได้พยายามสอบถามถึงนโยบายที่ประกาศว่าพรรคภูมิใจไทยไม่มีเทา นายอนุทินจึงหันมาตอบว่า พรรคไหนก็ไม่มีเทาทั้งนั้น ก่อนจะยิ้มและเดินขึ้นไปทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้าทันที.



