เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ว่าที่ผู้สมัคร สส.น่าน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งที่จะถึงนี้ เป็นการเลือกตั้งในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ เพราะยังคงมีการสู้รบกับระหว่างกองทัพไทย และกองทัพกัมพูชา นอกจากนี้พบว่าหลายจังหวัดที่ประสบเหตุน้ำท่วมยังคงอยู่ระหว่างการฟื้นฟูพื้นที่ หลังประสบเหตุอุทกภัยยังไม่เสร็จสิ้น รวมถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เลือกยุบสภาก่อนกำหนดเพื่อหนีตรวจสอบของฝ่ายค้าน สถานการณ์ปัจจุบันหลายฝ่ายมองว่าเป็นยุคที่เงินนอกระบบ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าทุนเทาระบาดไปทุกวงการ ดังนั้นการเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ปกติ
นพ.ชลน่าน กล่าวด้วยว่า การเลือกตั้งรอบนี้ คาดกันว่าจะเป็นการเลือกตั้งที่ทุกพรรคการเมืองใช้ทุกกลยุทธ์ และทุกวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะในสนามเลือกตั้ง เพราะก่อนการเลือกตั้ง มีบางพรรคใช้ทุกวิธีการเพื่อรวบรวมสมาชิกพรรค และดูดอดีต สส. จากทุกพรรคการเมืองให้ได้มากที่สุด มีรายงานข่าวว่ามีการใช้ทุน ใช้เงิน เข้ามาเป็นปัจจัยสำคัญในการโน้มน้าว สส. ให้หลายคนย้ายขั้ว ย้ายค่าย เพื่อลงเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งเป็นภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการกินรวบประเทศได้ ดังนั้นจากปัจจัยดังกล่าว เชื่อว่าจะมีการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองสูงมาก อย่างไรก็ตามเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใดนักวิเคราะห์ทางการเมืองหลายท่านประมาณการว่าการเลือกตั้งในปี 2569 คาดว่าเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งมีความเป็นไปได้มาก
“ทั้งนี้จากการลงพื้นที่พบว่า ในพื้นที่จังหวัดน่าน มีกลุ่มคนเริ่มออกปฏิบัติการที่สุ่มเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายเลือกตั้ง คือเริ่มมีการเก็บสำเนาบัตรประชาชนตามหมู่บ้านต่างๆ ซึ่งคนเดินเก็บสำเนาได้ใบละ 50 บาท และเจ้าของบัตรจะได้รับจำนวน 300 บาท ซึ่งวัตถุประสงค์ในการเก็บไม่ชัดเจน ขณะที่ชาวบ้านไม่ได้มีการเขียนกำกับว่าไปใช้เพื่อการใด หวั่นใจว่าจะนำสำเนาบัตรประชาชนที่เก็บไปใช้ในทางที่ก่อให้เกิดความเสียหาย เช่น กลุ่มผู้ไม่หวังดี หรือกลุ่มอาชญากรรมทางไซเบอร์นำไปเปิดบัญชีม้า อาจส่งผลให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ตกเป็นเหยื่อผู้ไม่หวังดี ดังนั้นผู้มีส่วนรับผิดชอบต้องตรวจสอบ และร่วมกันป้องกันปัญหาดังกล่าว ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย และส่งผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ได้ อยากให้ประชาชนรู้เท่าทันกับความไม่ชอบมาพากลดังกล่าว” นพ.ชลน่าน กล่าว


