เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วยนายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ นายณรงค์ รักร้อย และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ กกต. เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการประจำศูนย์อำนวยการและประสานงานการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติซึ่งมีผู้แทนจากหน่วยงานสนับสนุนต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก

นายณรงค์ ประธาน กกต. กล่าวตอนหนึ่งว่า การจัดการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติเป็นภารกิจสำคัญของประเทศโดยเฉพาะการจัดในวันเดียวกัน คือวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ถือเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์ประเทศไทย กกต. จึงต้องอาศัยความร่วมมือทุกภาคส่วน ตนมั่นใจว่าด้วยความทุ่มเทการทำงานและการสนับสนุนอย่างเข้มแข็งของทุกคน จะทำให้การเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ให้สัมภาษณ์ภายหลังถึงการออกแนวทางการจัดการการเลือกตั้งในจังหวัดที่ติดอยู่กับชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งมีการสู้สบว่า ได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว เนื่องจากขณะนี้สถานการณ์ชายแดนยังไม่เรียบร้อย เราจึงต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ. 2569 ให้ได้ เพื่อจัดการเลือกตั้งในวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร ถึงแม้เราจะเตรียมความพร้อมในส่วนของเจ้าหน้าที่ กกต. และเครือข่ายไปแล้ว ก็ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และพรรคการเมืองด้วยว่าหากเกิดสถานการณ์เช่นนี้เราจะเดินไปด้วยกันอย่างไร เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย  

ทั้งนี้เราก็ต้องออกระเบียบให้เป็นไปตามเงื่อนไขกฎหมายที่กำหนดไว้ ทั้งการติดป้ายประกาศหาเสียง การทำหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน ซึ่งจะต้องทำให้ครบ ในส่วนของรูปแบบการเลือกตั้งกฎหมายได้ให้หลายวิธีการ เช่น พื้นที่สีขาว ไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุปะทะระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา ก็เลือกตั้งตามปกติ พื้นที่สีเหลืองเป็นพื้นที่ที่มีผู้อพยพแต่มีจำนวนไม่มาก อาจตั้งหน่วยเลือกตั้งใหม่นอกหน่วยเลือกตั้งเดิมแต่อยู่ในเขตเลือกตั้งนั้น ซึ่งประชาชนเดินทางสะดวก และสุดท้ายพื้นที่สีแดงถ้าเลือกตั้งไม่ได้จริงๆ ก็จะใช้ตามมาตรา 102 ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. เลื่อนไปเฉพาะหน่วยเลือกตั้งนั้น เช่น เกิดพายุ อุทกภัย ถ้าทำแบบนี้ก็จะทำให้การเลือกตั้งเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักรและไม่กระทบใคร แต่ถ้าประชาชนอยู่นอกพื้นที่มากกว่า 75% ก็อาจจะต้องรณรงค์ให้ประชาชนลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า แล้วออกมาใช้สิทธิในวันนั้น ซึ่งทั้งหมดเราทำตามกฎหมาย และกฎหมายให้ช่องทางให้หมดแล้ว เพียงแต่ว่าเราจะเลือกรูปแบบไหนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันนั้น

“ทำทุกอย่างให้เป็นปกติตามที่กฎหมายได้ให้อำนาจ ซึ่งเราก็ทำให้เป็นหน่วยปกติไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร เราก็ไม่อยากอธิบายว่าทำไมเราต้องทำแบบนั้นแบบนี้ เพราะบางครั้งคนอาจจะไม่เข้าใจ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าถ้าผู้มีสิทธิเลือกตั้งอยู่ในหน่วยเกิน 75% เราก็จะเลือกตั้งตามปกติ ซึ่งหน่วยจำนวนไม่มาก เราก็ต้องดูจากวันที่ 11 ม.ค. 2569 ที่จะมีการเลือกตั้งนายก และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ก่อน เนื่องจากมีกว่า 51 อบต. ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ปะทะชายแดน ซึ่งเราจะขอประเมินสถานการณ์ก่อน ส่วนจะมีการจัดรถรับส่งให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถไปใช้สิทธิถึงหน่วยนั้น เรื่องนี้เป็นการอำนวยความสะดวกซึ่งจะเป็นรถของสำนักงาน กกต. เอง” นายแสวง กล่าว

เมื่อถามว่ามีการทำแผนรับมือในพื้นที่ที่ยังมีเหตุปะทะกันอย่างไร นายแสวง กล่าวว่า ตนคุยกับ ผอ.กกต.จังหวัด โดย ผอ.กกต.จังหวัด ได้คุยกับฝ่ายมั่นคงในจังหวัด ซึ่งก็มีการประเมินอยู่ทุกวัน โดยฝ่ายความมั่นคงก็ให้ความสนใจในกระบวนการเลือกตั้ง อยากให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเราจะเลื่อนวันลงคะแนนเราก็ทำได้เลย ถ้าเกิดเหตุเหมือนกับการเลือกตั้งซ่อม สส. ที่ศรีสะเกษ

ส่วนถ้าสถานการณ์การสู้รบยังเป็นแบบนี้อยู่ เรายังไม่ต้องมีการเลื่อนเลือกตั้งจากวันที่ 8 ก.พ. 2569 ออกไปใช่หรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า เรายืนยันว่าเป็นวันที่ 8 ก.พ. 2569 อยู่แล้ว แต่ถ้าเลื่อนเหมือนตอนที่เจอพายุหรือเหตุจำเป็น แบบนั้นสามารถเลื่อนในวันเลือกตั้งได้เลย หรือถ้ามีเหตุปะทะกันในพื้นที่ไหนหน่วยไหน ถ้าเลือกไม่ได้ก็จะเลื่อนหน่วยนั้น

เมื่อถามอีกว่าคนที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้าไปแล้ว แต่จะต้องออกเสียงประชามติในวันที่ 8 ก.พ. 2569 เขาสามารถยกเลิกได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชนให้ออกมาใช้สิทธิ 2 วัน นายแสวง กล่าวว่า มีระเบียบให้ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงการลงทะเบียนได้ โดยให้ทำก่อนภายใน 30 วัน คือในช่วงที่มีการเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 20 ธ.ค. 2568-5 ม.ค.2569