เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 26 ธ.ค. ที่สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ออกรายการโหนกระแส ที่มี นายกรรชัย กําเนิดพลอย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ โดยนายกฯ ตอบคําถามกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตอนนี้ปัญหาในมุมนายกฯ ไปถึงไหน ว่า เราควบคุมสถานการณ์ เป้าหมายที่ทางกองทัพได้ตั้งไว้ก็บรรลุเป้าหมายครบ เมื่อถามว่าตอบตรงๆ แบบนี้ และน่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้ ก่อนปีใหม่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า จะพยายามสุดความสามารถ อยากให้ทุกอย่างกลับมาสู่สภาพที่ทุกคนไม่ต้องหวาดระแวง ประเทศไทยไม่สูญเสียอธิปไตยหรือดินแดน นี่คือเป้าหมายและทางกองทัพได้ร่วมมือกันมาตลอดเวลา ตั้งแต่เรามีความขัดแย้งกันกับประเทศเพื่อนบ้าน
เมื่อถามว่า มีโอกาสได้คุยกับทางทหาร ว่ายุทธวิธีก็คือต้องหวดให้หนัก แล้วค่อยมาคุยกันบนโต๊ะเจรจา มุมมองของนายกฯ พอจะทราบเรื่องนี้หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า ตนคิดว่าในภาษาทางการทหาร เขามีคําว่า Rules of Engagement ในการปะทะ คําว่า หวดให้หนัก เหมือนเป็นภาษาร้านกาแฟ แต่ประเทศเราทําตามกฎของการปะทะมาโดยตลอด เราก็โดนหนัก ที่บอกไปทําเขาหนัก เรารับรู้รับทราบ เราตอบโต้ทุกครั้งที่มีการละเมิดและถูกโจมตี และถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องทหารและประชาชน ตรงนี้เป็นจุดที่เราไม่สามารถจะยอมรับได้
เมื่อถามว่า การประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา (จีบีซี) ล่าสุดกัมพูชาได้ส่งตัวแทนมาแต่ยังไม่จบสักที มันมีปัญหาอะไร เหมือนเขาพยายามจะดึงเวลา นายกฯ กล่าวว่า ถ้าเรามองในฐานะที่เราเป็นคู่กรณี ตราบใดที่มีการพูดคุยกันได้ เราก็ต้องถือว่าสถานการณ์น่าจะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เพราะการพูดคุยกัน ก็คือเหมือนเดิม ไม่แย่ลงไป นอกจากจะมีการเพิ่มการโจมตีอะไรกันอีก นั่นเป็นเรื่องอนาคต แต่ในการปฏิบัติแล้ว ส่วนการรบก็ต้องว่ากันไป การเจรจาไม่ว่าจะได้ผลหรือไม่ ตราบใดที่ยังมีช่องอยู่ เราก็ต้องเจรจากันไป ซึ่งเราก็เจรจากันมาหลายรอบแล้ว แต่สิ่งที่ประเทศไทยสามารถยึดถือ ตนไม่อยากใช้คําว่าได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ต้องมีหลักยึดและแนวทางที่ถูกต้อง อธิบายผู้ที่เกี่ยวข้องได้ ตนคิดว่าประเทศไทยอยู่ในจุดนี้ ประเทศไทยไม่เคยละเมิดข้อตกลง
เมื่อถามต่อว่า การพูดคุยจีบีซี ที่จังหวัดจันทบุรี ยังดำเนินอยู่ แต่ล่าสุดนายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้โพสต์ข้อความว่า ยกหูคุยกับนาย มาร์โก รูบิโอ รมว.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ว่าต้องการหยุดยิง ขณะเดียวกันอีกขาก็คุยกับเรา นายกฯ ตอบว่า เรามีช่องทางในการพูดคุยกัน และความสัมพันธ์พื้นฐานที่รู้จักกันมาก่อน ส่วนสิ่งที่ตนรู้สึกเสียดายทุกวันนี้คือไม่รู้เข้าผิดซอบกันหรือไม่ สําหรับตนมันมีทางที่จบได้ง่าย ๆ ประเทศไทยไม่เสียหายแน่นอน ซึ่งทั้ง 4 ข้อที่อยู่ในปริญญาต่างคนต่างทำ มันก็จบ
“ย้ำแล้วย้ำอีกว่าเรื่องนี้ ปัญหาคือทวิภาคีกับผม ซึ่งการประชุมจีบีซีครั้งนี้ถ้ายังไม่จบ แล้วตกลงกันไม่ได้ ประเทศไทยต้องมีกรอบ มีเงื่อนไขของเรา เพราะเราไม่ใช่คนละเมิด แต่เราถูกละเมิด เราจึงต้องมีกรอบของเราว่าต้องเริ่มจากตรงนี้ ซึ่งมีข้อเสนอว่าให้กลับไปที่เดิม แต่มันกลับไปที่เดิมไม่ได้ เพราะเราได้เข้าไปสถาปนาอธิปไตย คํานี้ผมชอบมาก ประเทศไทยได้ไปสถาปนาอธิปไตยบนพื้นที่ที่เรามั่นใจว่าเป็นพื้นที่ของเรา ฉะนั้นการดําเนินการใดๆ ก็แล้วแต่ ต้องเริ่มจากจุดนี้เป็นต้นไป ไม่ใช่ว่าสถาปนาอธิปไตยแล้วถอยกลับมา มันไม่ใช่ ไม่ได้” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามถึงกรณีชายแดนไทย-กัมพูชา เบ็ดเสร็จคงไม่ยืดเยื้อไปถึงตอนเลือกตั้งในเดือน ก.พ. 69 ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนอยากให้มันจบวันนี้ด้วยซ้ำ แต่ประเทศไทยเรา ตนยังยืนยันประเทศไทยเราไม่ได้เป็นตัวปัญหา เพราะฉะนั้น ขอยกตัวอย่าง ทางกองทัพเขาแถลงชัดเจนว่าเขาสถาปนาบูรณภาพแห่งดินแดนได้แล้วตรงนั้นตรงนี้ เป็นไปตามที่เขามีเจตนารมณ์ไว้ เรียกคืนอธิปไตยให้กับราชอาณาจักรไทยแล้ว ถ้าฝั่งคู่กรณีเราต้องการยุติ เราก็ไม่ได้เสียอะไรแล้ว ก็ยุติกัน ยุติได้ ที่ผ่านมาที่มันจบไม่ได้ เพราะเราเสียไป เราถูกยึดเอาไป เราถูกครอบครองไปอย่างนี้ เป็นต้น แต่พอเรากำหนดจุดว่าตรงนี้ต้องเป็นของเรา แล้วครอบครองกลับมา ถ้าเขาจะจบตรงนี้ เราก็จบได้
เมื่อถามต่อว่า ประชาชนอยากได้รั้วในแนวเขตต่างๆท่านมองเรื่องนี้อย่างไร นายกฯกล่าวว่า ทางกองทัพเตรียมไว้อยู่แล้ว แต่คงไม่ใช่เป็นกำแพงที่ยาว เป็นเรื่องของการทหารและเรื่องของกองทัพ ซึ่งกองทัพมีความชัดเจนตรงนี้อยู่แล้วรัฐบาลไม่มีปัญหาตรงนี้ หากเป็นความต้องการของประชาชนที่อยู่ตามแนวชายแดน เพราะในบางจุดเขาต้องการความสบายใจว่าเขาจะไม่ถูกคุกคาม แต่กำแพงนี้ถามว่ามันดีไหมมันก็ดี แต่ในมิติของพรรคภูมิใจไทยไม่ได้หมายถึงกำแพงที่เอาอิฐมาก่อเป็นทางยาวๆ แต่ขอใช้คำว่ารั้วของชาติ ซึ่งหากกำหนดนโยบายเกี่ยวกับความมั่นคง การสร้างรั้วของชาติ คือ การยกเลิกการเกณท์ทหาร แล้วใช้ทหารอาสาทุก 4 ปี 1 แสนคนมีเงินเดือน ฝึกอาชีพ ฝึกทักษะทางการทหารให้เขาสามารถมีทั้งความรู้ เรียนภาษาอังกฤษใช้ในการดำรงชีวิตเมื่อเขาปลดประจำการ ถ้าเราได้คนเหล่านี้เข้ามา ซึ่งมีอยู่แล้วคนที่สมัครใจ เราจะเปลี่ยนจากคำว่าทหารเกณฑ์ เป็นทหารอาสา 4 ปี ส่วนรั้วอีกอันคือการทำให้ระบบสแกมเมอร์ อาชญากรรมข้ามชาติและและอาชญากรรมเทคโนโลยีทั้งหลายไม่มีโอกาสใช้แนวชายแดนเป็นแหล่งประกอบอาชญากรรมต่างๆ เราก็ทำอยู่ตอนนี้ ย้ำว่าเรื่องของกำแพงเห็นชัดเจนว่าจะต้องสร้างกำแพงตั้งแต่เราปิดด่านชายแดนราคาพืชผลทางการเกษตรสูงขึ้นมันสำปะหลังสูงขึ้น ข้าวสูงขึ้น เพราะไม่มีของจากต่างประเทศเข้ามา
“รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องที่ทหารเสนอขึ้นมาและรัฐบาลรับได้ เหล่าทัพก็ฟังข้อกังวลและฟังแนวทางของรัฐบาล เพราะรัฐบาลมีภาระต้องอธิบายให้นานาชาติเข้าใจและดำเนินการทางการทูต ซึ่งในปัจจุบันการทำงานของรัฐบาลและกองทัพไปได้ด้วยดี เข้าใจกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการดำเนินการจึงไปในทางเดียวกัน แต่ในทางปฏิบัติเรื่องการปกป้องพื้นแผ่นดิน ผมจะไปบอกว่าต้องไปทำอย่างนี้อย่างนั้นมันเป็นไปไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องที่กองทัพดำเนินการและตัดสินใจได้เลย” นายอนุทิน กล่าว
เมื่อถามอีกว่า หากรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐอเมริกาโทรศัพท์มาบอกว่าให้นายกฯ หยุดยิง นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องนายฮุน มาเนต โทรศัพท์มา ไม่ใช่คนอื่นโทรศัพท์มา อันนี้เป็นเรื่องทวิภาคี เรื่องความขัดแย้งระหว่าง 2 ประเทศ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ถือว่าการปฏิบัติการดำเนินการทุกอย่างต้องให้ถือเป็นระดับทวิภาคี คือ 2 ประเทศ คนอื่นประเทศที่ 3-4 เราฟังพิจารณา แต่ในที่สุดก็ต้องพูดคุยกันระหว่างผู้นำของสองประเทศ และเรารู้ว่าเราต้องทำอย่างไร เพราะเป็นเรื่องของเพื่อนบ้านกัน ขอคุยกันเองดีกว่า.



