นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานการประชุมหารือพัฒนาระบบการผลิตและตลาดเกลือทะเลไทย ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการขับเคลื่อนตามแผนปฏิบัติการรักษาเสถียรภาพราคาและยกระดับมูลค่าเกลือทะเลไทย ปี 2569 ซึ่งกำหนดการดำเนินงานเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ภายใต้กลไกหลัก 3 ด้าน คือ กลไกทางการเงิน กลไกคุณภาพและนวัตกรรม และกลไกการติดตามและการเรียนรู้ โดยระยะสั้นมุ่งเน้นการจัดทำมาตรการสินเชื่อเพื่อรวบรวมและชะลอการจำหน่ายผลผลิต การเร่งรัดขึ้นทะเบียนเกษตรกร และการจัดตั้งแปลงเรียนรู้ต้นแบบ ส่วนระยะกลางจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคลังพักเกลือและระบบข้อมูลกลาง และระยะยาวมุ่งยกระดับเกลือทะเลไทยสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง การพัฒนาเกลือพรีเมียม การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) และการสร้างแบรนด์ “เกลือทะเลไทย” ในระดับประเทศ
จากสถานการณ์การผลิตเกลือทะเลไทย ปีการผลิต 2567/68 มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนทั่วประเทศ 448 ครัวเรือน พื้นที่การผลิตรวม 16,311.60 ไร่ และมีผลผลิตรวม 566,393 ตัน ลดลงจากปีก่อนทั้งด้านพื้นที่และปริมาณผลผลิต โดยแหล่งผลิตหลักอยู่ในจังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน การรวมศูนย์การลงทุน และความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะอิทธิพลของปรากฏการณ์ลานีญา ส่งผลให้การผลิตในหลายพื้นที่ไม่เป็นไปตามแผน
ด้านตลาด ราคาเกลือทะเลเฉลี่ยเหมายุ้งอยู่ที่ประมาณ 798 บาทต่อตัน ลดลงจากปีก่อนและผันผวนตามฤดูกาล เนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมาก ขณะที่ศักยภาพการจัดเก็บยังมีข้อจำกัด รองรับได้เพียงร้อยละ 52.7 ของผลผลิตทั้งหมด ประกอบกับตลาดยังอยู่ในภาวะอุปทานล้นตลาด โดยมีอุปทานสูงกว่าอุปสงค์ร้อยละ 5.01 แม้การส่งออกจะเพิ่มขึ้น แต่การนำเข้าเกลือเพื่อภาคอุตสาหกรรมยังขยายตัวสูง สะท้อนความจำเป็นในการยกระดับคุณภาพเกลือทะเลไทย เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างเสถียรภาพด้านราคาในระยะยาว
กระทรวงเกษตรฯ จะเร่งบูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วน เพื่อให้การบริหารจัดการการผลิตและตลาดเกลือทะเลไทยเป็นไปอย่างเป็นระบบ เกิดเสถียรภาพด้านราคา ลดความเสี่ยงจากอุปทานล้นตลาด และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรอย่างยั่งยืน โดยการลงพื้นที่รับฟังความคิดเห็นจากเกษตรกรในพื้นที่ผลิตหลักจะเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนปัญหาและข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อนำมาปรับปรุงมาตรการให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง



