นับตั้งแต่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” คืนถิ่นและขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง ค่ายสีฟ้ากลับมามีความคึกคัก มีคนรุ่นใหม่ไฟแรงจำนวนมากตบเท้าเข้าร่วมทัพ และขออาสาทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ซึ่งหนึ่งในนั้น มีอินฟลูเอนเซอร์ภาคใต้ อย่าง “จูรี นุ่มแก้ว” รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ด้านสื่อสารองค์กร ร่วมลงสนามเลือกตั้งภาคใต้ เป็นผู้สมัคร สส. เขตเลือกตั้งที่ 2 จ.สงขลา หมายเลข 1
“จูรี” บอกเล่าความเป็นนักสู้ชีวิต ว่า ตัวเองเกิดในจ.สงขลา แม้พ่อแม่จะเรียนหนังสือจบแค่ประถมศึกษาปีที่ 4 ครอบครัวมีฐานะยากจน แต่ผมมีเป้าหมายในชีวิตที่ชัดเจนว่า สิ่งแรกและเป็นพื้นฐานเดียวที่จะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไป คือ “การศึกษา” ถ้าเราเรียนหนังสือสูงๆ เราจะเจอโอกาสที่มากขึ้น และขณะเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนนวมินทราชูทิศ ทักษิณ จ.สงขลา ผมมีความฝันว่าอยากเป็นผู้แทนของชาวบ้าน จึงเลือกเรียนวิชากฎหมาย ผมจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและโท นิติศาสตรบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และสอบไล่ได้เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 67 และมีใบอนุญาตว่าความด้วย

ผมเริ่มทำงานแรกเพื่อส่งตัวเองเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ คือพนักงานร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ได้เงินเดือน 5,200 บาท และยังทำงานรับจ้างทั่วไป เช่น แบกข้าวสาร แจกใบปลิวหน้ารามฯ ฯลฯ จนกระทั่งเรียนจบ จากนั้นผมเริ่มทำงานใหม่กับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านรัชดาภิเษก จากนั้นไปสอบบรรจุเข้ารับข้าราชการที่ศาลปกครอง ในตำแหน่งพนักงานคดีปกครองปฏิบัติการ ประจำสำนักประธานศาลปกครองสูงสุด
ระหว่างนั้น ผมได้พบกับอีกหนึ่งโอกาสของชีวิต ผมไปสมัครแข่งขันการพูดที่จัดโดยสถานีโทรทัศน์ช่อง “เวิร์คพอยท์” ซึ่งผมสุดท้ายได้เป็นแชมป์คนแรกของรายการ “เดี่ยวดวลไมค์ไทยแลนด์” และได้รับโอกาสจากผู้ใหญ่ของช่องฯ ให้ทำหน้าที่ผู้ประกาศข่าวช่องเวิร์คพอยท์ เป็นเวลา 5 ปี จนกระทั่งโลกหลังยุคโควิด คำว่า “ออนไลน์” เป็นที่สนใจของผู้คนจำนวนมาก ผมมองเห็นโอกาสและมูลค่ามหาศาลในออนไลน์ จึงเริ่มสร้างสรรค์คอนเทนต์เสิร์ฟให้ผู้ชมได้รับชมกันเน้นให้ทุกคนได้มีความสุขและได้สาระไปด้วย จากเนื้อหาข่าว รวมถึงเนื้อหาที่เป็นปากเสียงพูดแทนชาวบ้าน โดยใช้เวลาประมาณ 11 เดือน ช่องของผมที่อยู่ใน TikTok และเฟซบุ๊ก มีผู้ติดตามเกิน 1 ล้านคน ปัจจุบัน คือ ช่อง “แหลงเล่า”

ชีวิตของผมผ่านการเดินทางมาหลากหลายรูปแบบ หลากหลายรสชาติ จึงทำให้รู้ ได้ใช้ชีวิต และเก็บรายละเอียดของทุกชนชั้นของสังคม ว่า “ชาวบ้านมีปัญหาอะไร เขาต้องการอะไร พูดเรื่องอะไร ถึงจะเป็นเรื่องในใจเขา และทำให้ความเดือดร้อนของเขาได้รับการแก้ไข” สิ่งเหล่านี้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำคัญในการทำตามความฝัน คือ ผู้แทนราษฎรของราษฎร เพื่อพูดแทน ทำแทน และถ่ายทอดทุกปัญหาของชาวบ้านให้สังคมและรัฐได้รับรู้เฉกเช่นการเป็น “ร่างทรงของชาวบ้าน”
สิ่งที่ผมต้องการผลักดันมากที่สุด ที่จริงมีหลายเรื่อง เช่น การต่อสู้กับการทุจริตการเลือกตั้งการซื้อสิทธิ์ขายเสียง ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน ผลักดันเรื่องดิจิทัลเรื่องออนไลน์เข้ามาช่วยเพิ่มโอกาสให้ชาวบ้าน และจากการเป็นผู้ประสบภัย และเป็นจิตอาสาช่วยชาวบ้านในเหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.หาดใหญ่ ปี 2568 ผมเห็นคนเจ็บ คนตาย คนหมดตัว คนหมดที่พึ่งสิ้นหวังและหวาดกลัวเหตุการณ์น้ำท่วม ว่าจะเกิดขึ้นอีกเมื่อไหร่ ทำให้เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมทั้งระบบของหาดใหญ่ จึงเป็นเรื่องที่อยากผลักดันมากที่สุด ณ เวลานี้

ประวัติ “จูรี นุ่มแก้ว”
ชาว อ.ระโนด จ.สงขลา อายุ 35 ปี
การศึกษา
– ระดับปริญญาตรี นิติศาสตร์บัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– ระดับปริญญาโท นิติศาสตร์มหาบัณฑิต (สาขาบริหารงานยุติธรรม) มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– เนติบัณฑิตไทย สมัยที่ 67
การทำงาน
– อดีตประธานศูนย์พัฒนาการพูดรามคำแหง
– อดีตข้าราชการประจำสำนักประธานศาลปกครองสูงสุด (พนักงานคดีปกครอง)
– แชมป์ “เดี่ยวดวลไมค์” คนแรกของประเทศไทย
– อดีตผู้ประกาศข่าว ประจำช่องเวิร์คพอยท์
– เคยลงสมัคร สส.สงขลา เขตเลือกตั้งที่ 2 ในนามพรรคชาติพัฒนากล้า ในการเลือกตั้งสส. เมื่อปี 2566 ได้อันดับ 3 คะแนน 15,368 คะแนน
– ปัจจุบัน เจ้าของช่อง “แหลงเล่า” บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก และ Tiktok มีผู้ติดตามเกือบ 2 ล้านคน.




