เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศจากโรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์  ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กำหนดเป็นสถานที่รับสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และให้พรรคการเมืองแจ้งรายชื่อบุคคลที่จะแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 28 – 30 ธ.ค. 2568  เวลา 08.30 – 16.30 น. และวันที่ 31 ธ.ค. 2568 เวลา 08.30 – 16.00 น.

ต่อมาเวลา 10.00 น. ภายหลังทั้ง 52 พรรคการเมืองที่มาลงทะเบียนก่อนเวลา 08.30 น.ผ่านการตรวจเอกสารการสมัครถูกต้องครบถ้วนทุกพรรคเรียบร้อยแล้ว ทางเลขาธิการกกต. ได้จัดพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองที่ได้รับมอบหมายฯ เพื่อตกลงกำหนดลำดับการยื่นใบสมัครรับเลือกตั้ง ผลปรากฎว่าทั้ง 52 พรรคไม่สามารถตกลงกันได้ จึงได้เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการจับสลากหมายเลข

ซึ่งดำเนินการจับสลาก 2 รอบ โดยครั้งแรกประธานกกต. จะจับสลากเพื่อหาทั้งลำดับพรรคการเมืองที่จะยื่นใบสมัคร จากนั้นการจับสลากครั้งที่ 2 โดยหัวหน้าพรรคการเมืองหรือตัวแทนพรรคการเมืองที่ได้รับมอบหมาย  สำหรับผลการหมายจับสลากพรรคการเมืองทั้ง 52 พรรค มีรายละเอียด ดังนี้
1.พรรคพลังเพื่อไทย ได้หมายเลข 16
2.พรรครักชาติ  ได้หมายเลข 35
3.พรรคพลังธรรมใหม่ ได้หมายเลข 38
4.พรรคไทยรวมพลัง ได้หมายเลข 21
5.พรรคเพื่อชาติไทย ได้หมายเลข 2
6. พรรคเครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย ได้หมายเลข 52

7.พรรคแรงงานสร้างชาติ ได้หมายเลข 30
8.พรรคประชากรไทยได้หมายเลข 319.พรรคปวงชนไทย  ได้หมายเลข 23
10.พรรคโอกาสใหม่ได้หมายเลข 44

11.พรรคประชาอาสาชาติ ได้หมายเลข 50

12 .พรรคคลองไทย ได้หมายเลข 26
13.พรรคเพื่อไทย ได้หมายเลข 9
14.พรรคเป็นธรรม ได้หมายเลข 45
15.พรรคไทยภักดี ได้หมายเลข 29
16.พรรคเศรษฐกิจ ได้หมายเลข 11
17.พรรคสังคมประชาธิปไตยไทย ได้หมายเลข 19

18.พรรคแผ่นดินธรรม ได้หมายเลข 41

19.พรรคประชาชน ได้หมายเลข 46

20.พรรคพลังสังคมใหม่ ได้หมายเลข
18
21.พรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้หมายเลข 8

22.พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้หมายเลข 32

23.พรรควิชั่นใหม่ ได้หมายเลข 24
24.พรรคไทยก้าวใหม่ ได้หมายเลข 49

25.พรรคท้องที่ไทย ได้หมายเลข 14

26.พรรครวมพลังประชาชน ได้หมายเลข 13
27 พรรคเสรีรวมไทย ได้หมายเลข 12

28.พรรคฟิวชั่น ได้หมายเลข 20
29 พรรครวมใจไทย ได้หมายเลข 5
30.พรรคประชาธิปัตย์ ได้หมายเลข 27
31.พรรคประชาไทย ได้หมายเลข 47
32.  พรรคกรีน ได้หมายเลข 39
33.พรรคทางเลือกใหม่ ได้หมายเลข10

34.พรรคกล้าธรรม. ได้หมายเลข 42
35.พรรคเพื่อชีวิตใหม่ ได้หมายเลข 25

36.พรรคอนาคตไทย ได้หมายเลข 15
37.พรรคไทยก้าวหน้า ได้หมายเลข28
38.พรรคภูมิใจไทย ได้หมายเลข.37

39.พรรคมิติใหม่ ได้หมายเลข 4
40.พรรคประชาชาติ ได้หมายเลข 33
41.พรรคไทยทรัพย์ทวี ได้หมายเลข 1
42.พรรคก้าวอิสระได้หมายเลข 22
43.พรรคพลวัต ได้หมายเลข 7
44.พรรคใหม่ ได้หมายเลข 3

45.พรรคสร้างอนาคตไทย  ได้หมายเลข 34

46.พรรคไทยสร้างไทย ได้หมายเลข 48

47.พรรคพร้อม ได้หมายเลข 51
48.พรรคไทยธรรม ได้หมายเลข 40
49.พรรคไทยพร้อม ได้หมายเลข 36
50.พรรคไทยชนะ ได้หมายเลข  17
51.พรรคพลังประชารัฐ ได้หมายเลข 43
52.พรรครวมไทยสร้างชาติ ได้หมายเลข 6

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศระหว่างการจับหลายเลขพรรค ที่ใช้สำหรับการหาเสียงและลงคะแนนเลือกตั้ง ซึ่งครั้งนี้ส่วนใหญ่พรรคขนาดกลางและเล็กจะจับได้หมายเลขหลักเดียว ขณะที่พรรคการเมืองใหญ่เมื่อขึ้นจับและได้หมายเลขที่เป็นเลขสองหลัก หรือเลขที่ยากต่อการหาเสียง ก็จะมีเสียงฮือแสดงความเสียดาย โดยช่วงที่พรรคเพื่อไทยที่นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคขึ้นจับได้หมายเลข 9 ก็ได้รับเสียงฮือฮา ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยขึ้นจับหมายเลขและในกล่องเหลือลูกบอลหมายเลขไม่มาก มีผู้สมัครด้านข้างล่างส่งเสียงเชียร์ให้จับได้หมายเลข 1 แต่ปรากฏว่านายอนุทินจับได้หมายเลข 37 ซึ่งก็ได้รับเสียงปรบมือตามมา 

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการจับสลากเมื่อเหลือลูกบอลหมายเลขเพียง 2 หมายเลข โดยหนึ่งลูกเป็นเลขสองหลักและอีก 1 ลูกเป็นเลขหลักเดียว ปรากฏว่าพรรคพลังประชารัฐซึ่งอยู่ในลำดับพรรครองสุดท้ายที่ได้จับสลาก แล้ว นางสาวตรีนุช  เทียนทอง  แคนดิเดตนายกของพรรค ได้ขึ้นมาจับได้หมายเลข 43 ทำให้เหลือลูกบอลหมายเลข 6 เพียงลูกเดียวในกล่องสร้างเสียงฮือฮาระหว่างที่นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่เดินขึ้นเวทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไปล้วงลูกบอลหมายเลขสุดท้ายพี่รู้อยู่ผลอยู่แล้วคือหมายเลข 6