ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เตรียมแข่งขันฟุตบอลรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ชิงแชมป์เอเชีย 2026 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย ระหว่างวันที่ 6-24 ม.ค. 69
โปรแกรมรอบแรก ทีมไทย วันที่ 8 ม.ค. 69 พบ ออสเตรเลีย, 11 ม.ค. 69 พบ อิรัก, 14 ม.ค. 69 พบ จีน
ทีมชุดนี้ คุมทัพโดย “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าโค้ช ขาดตัวหลักจากชุดรองแชมป์ซีเกมส์ 10 คน อาทิ ยศกร บูรพา ที่ยิงไป 6 ประตู ในซีเกมส์, คคนะ คำยก, ชนภัช บัวพันธ์, วาริส ชูทอง, ธนกฤติ โชติเมืองปัก, เสกสรรค์ ราตรี แต่ก็มีดาวดังอย่าง อิคลาส สันหรน, สิทธา บุญหล้า รวมทั้ง วีชั่น อินอร่าม ดาวรุ่งวัย 18 ปี

ช้างศึกหนุ่ม รายงานตัว ที่ ธารา ปาร์ค รีโซเทล ในวันที่ 29 ธ.ค. 68 ก่อนทำการฝึกซ้อม ไปจนถึงวันที่ 3 ม.ค. 69 และเดินทางไปประเทศซาอุดีอาระเบีย
“โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ให้สัมภาษณ์ “กีฬาเดลินิวส์” ว่า การไปเล่นศึกเอเชีย อาจเปลี่ยนวิธีการเล่น ระบบการเล่น เพราะเจอเอเชีย เปิดเกมรุกแบบซีเกมส์ไม่ได้
เมื่อถามว่า การไม่มี ยศกร จะส่งผลกระทบต่อแนวรุกมากแค่ไหน โค้ชวัง ตอบว่า ยศกร กำลังอยู่ในช่วงร้อนแรง จากซีเกมส์ เมื่อไม่มีในทีม ก็ย่อมทำให้แนวรุกลดความแข็งแกร่งลง ดังนั้น ต้องมองว่าใครจะมาแทน และต้องดูวิธีการเล่นให้สมดุล ทั้งเกมรับและรุก ซึ่งศึกเอเชีย ต้องเล่นให้เหนียวแน่น และที่สำคัญคือ ต้องแก้เรื่องการป้องกันลูกกลางอากาศ เมื่อเจอผู้เช่นรูปร่างสูงใหญ่ อย่างเช่น เกมแรกกับ ออสเตรเลีย ต้องเตรียมรับมือลูกกลางอากาศให้ดี

เมื่อถามถึงเป้าหมายแรก ในการเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายนั้น โค้ชวัง กล่าวว่า นัดแรก หวังมีแต้มจากออสเตรเลีย ซึ่งต้องหยุดลูกกลางอากาศให้ได้ จากนั้นจึงเตรียมเจอ อิรัก ซึ่งหลังผ่าน 2 เกมแรก ยังไงต้องมีแต้ม ยังอยู่ในเส้นทางให้ได้ ก่อนเจอ จีน นัดสุดท้าย ซึ่ง ไทย กับ จีน อุ่นเครื่องทางการ เมื่อกลางเดือน ต.ค. ไทย บุกเสมอ 0-0.



