
“ไอซ์ รักชนก” สายชนตัวแม่
ตำแหน่งสุดยอด สส.ตัวจี๊ดปีนี้ ต้องยกให้ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก อดีต สส.กทม.พรรคประชาชน เพราะปฏิบัติหน้าที่ สส.ฝ่ายค้านตรวจสอบรัฐบาลได้อย่างท็อปฟอร์ม ท้าชนผู้มีอิทธิพลทั้งในและนอกสภา จนเรียกเรตติ้งให้พรรคส้มกระฉูด มีผลงานโดดเด่นทั้งการเปิดโปงเรื่องฉาวการใช้เงินกองทุนประกันสังคม จัดซื้อ “ตึก SKYY9” มูลค่ากว่า 7,000 ล้านบาท การตรวจสอบตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ถล่มจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 ไปถึงการพาทัวร์สุสานตึกร้างมูลค่าเป็นร้อยเป็นพันล้านบาท ของหน่วยงานรัฐตามจังหวัดต่าง ๆ ที่สร้างไม่เสร็จ หรือสร้างมาแล้วไม่มีการใช้งาน ผลาญงบประมาณแผ่นดินไปโดยเปล่าประโยชน์
ทิ้งทวนด้วยการซัดกับ “ไผ่ ลิกค์” อดีต สส.กำแพงเพชร พรรคกล้าธรรม ปมโยกงบกระทรวงเกษตรฯ ลงพื้นที่กำแพงเพชรมหาศาล จนถูกสวนกลับด้วยการจี้ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบจักรยานคู่ใจที่ใช้ขี่หาเสียงกับเงินบริจาคพรรคส้ม 2 แสนบาท เอามาจากไหน ด้าน “ไอซ์” ขุดคดีรถหรูหนีภาษีมาตอกกลับ “ไผ่” มีเอี่ยวคดีนี้อย่างไร สุดท้ายเหตุเพราะความบู๊ล้างผลาญ หวั่นจะถูกสอยจากคดีต่าง ๆ ทำให้พรรคส้มโยก “ไอซ์” ขึ้นบัญชีปาร์ตี้ลิสต์

“ไผ่ ลิกค์” ผู้ถูกตีวัวกระทบคราด
ตัวจี๊ดประจำพรรคกล้าธรรมอีกคนหนึ่งคือ ไผ่ ลิกค์ อดีต สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม เป็นคู่กัดกับ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก สส.กทม.พรรคประชาชน (ปชน.) โดยในปี 2568 “ไผ่-ไอซ์” เปิดศึกปะทะกันบ่อย ๆ ผ่านโลกโซเชียล ว่ากันว่า เป็นเพราะ ฝ่ายชายแซะก่อน ในเรื่องที่ “ไอซ์” กับ รังสิมันต์ โรม ไปเข้าพบ “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อครั้งรัฐบาล “แพทองธาร 1” ทำให้ “ไอซ์ รักชนก” เปิดศึกตอบโต้ ตั้งแต่การเปิดเผยเรื่องงบประมาณของ จ.กำแพงเพชร ต่อมา ในเหตุการณ์ปะทะไทย-เขมร “ไอซ์” โพสต์ตั้งข้อสังเกตเรื่องเงินบริจาคของ “กัน จอมพลัง” อินฟลูเอนเซอร์เจ้าดัง ซึ่งตีกระทบไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคกล้าธรรม “ไอซ์” เหน็บผ่านไปว่า การเมืองสกปรกจริงตามที่ “กัน จอมพลัง” พูด ซึ่งขอให้ไปถาม ร.อ.ธรรมนัส และการแก้ปัญหาชายแดนไม่สำเร็จ หากไม่ตีไปที่หัวใจกัมพูชา คือเรื่องสแกมเมอร์ ร.อ.ธรรมนัส รู้จักเบน สมิธ ที่ถูกพาดพิงหรือไม่?
“สส.ไผ่” ออกโรงป้องทันที โร่ออกมารับประกันว่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ไม่เกี่ยวข้องกับ ทุนเทา แน่นอน และสวนกลับ “ไอซ์” ให้ตอบคำถามเรื่องเงินบริจาคเข้าพรรคประชาชน 2 แสนบาทมาจากไหน เพราะไม่เห็นรายการเงินสดในการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน

“ไชยชนก” กลุ่มลูกเทพ
“นก” ไชยชนก ชิดชอบ อดีต สส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นตัวจี๊ดประจำพรรค เขาถูกจับตาในฐานะ ลูกชายคนโตของ “เนวิน-กรุณา ชิดชอบ” ผู้นำทางจิตวิญญาณแห่งค่ายสีน้ำเงิน และยังเป็นแกนนำกลุ่มนิวเจนในพรรค ที่มีฉายาว่า “กลุ่มลูกเทพ” ที่ก่อความจี๊ดให้รัฐบาลพรรคเพื่อไทยมากที่สุด คือการประกาศกลางที่ประชุมสภาว่า “ไม่มีวันเห็นด้วยกับกาสิโน” สวนทางกับนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย และเป็นหนึ่งในรอยร้าวที่ทำให้พรรคเพื่อไทยเขี่ยพรรคภูมิใจไทยพ้นจากพรรคร่วมรัฐบาล
“ไชยชนก” ก่อความจี๊ดกลางสภาอีกครั้ง เมื่อได้กล่าวช่วงหนึ่งในระหว่างการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ในฐานะ รมว.ดีอี ตอนหนึ่งว่า “มีการเสนอสินบนให้ รมว.ดีอี 40 ล้านบาทต่อเดือน แลกกับการไม่ดำเนินคดีกับแก๊งสแกมเมอร์” ทำให้ฝ่ายค้านตาลุกวาว จี้ให้เปิดเผยตัวคนที่ให้สินบน ต่อมาเจ้าตัวชี้แจงว่า เป็นการพูดผ่านคนสนิท ไม่ได้มาเสนอเอง พร้อมทั้งไปแจ้งความดำเนินคดีไว้ ตามติดด้วยความจี๊ดก่อนรัฐบาลยุบสภา เมื่อ “ซ้อต่าย” กรุณา ชิดชอบ มารดานายไชยชนก ไปแจ้งความที่ สภ.นางรอง เอาผิดชาวเน็ตที่โจมตี ตระกูล “ชิดชอบ” มีเอี่ยวกับบ่อนฝั่งเขมร และได้นำข้อมูลทะเบียนราษฎรของผู้ถูกแจ้งความมาโพสต์ลง
โซเชียล จนถูกทัวร์ลงว่า “เป็นแม่ รมว.ดีอี กลับละเมิดกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)” ขณะที่ “รมต.นก” ชี้แจงว่า “กรณีแม่ต่าย ไม่ขัดต่อกฎหมาย PDPA เนื่องจากเปิดเผยข้อมูลที่ได้รับมาจากการแจ้งความ ไม่ได้ขโมยข้อมูลมา” ทำให้เกิดข้อเรียกร้องให้รัฐมนตรีทบทวนการบังคับใช้กฎหมาย

“จิราพร” ตัวจี๊ดเสื้อแดง
ต้องบอกว่า “จิราพร สินธุไพร” อดีต สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ดีเอ็นเอเสื้อแดงชัดเจน เป็น สส. แค่ 2 สมัย แต่ได้ปูนบำเหน็จนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล “เศรษฐา ทวีสิน” ต่อเนื่องถึงรัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” ด้วยบารมี “คุณพ่อนิสิต สินธุไพร” อดีต สส.ร้อยเอ็ด หลายสมัย ฮาร์ดคอร์เสื้อแดง ซึ่งตอนนี้ถูกจำคุกอยู่ด้วยข้อหาหลบหนีหมายจับศาลพัทยา ไม่ไปฟังคำพิพากษาคดีก่อม็อบบุกโรงแรมล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552
บทบาทของ “สส.น้ำ” โดดเด่นอย่างมากหลังลุกขึ้นตอบโต้ทั้งในสภาและนอกสภา โดยเฉพาะฉากที่ฟาดฟันกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ปม MOA ที่ “ภูมิใจไทย-พรรคประชาชน” ทำร่วมกัน เป็นการทำลายระบบรัฐสภา ซึ่งเหตุการณ์วันนั้นทำเอาบรรยากาศที่ประชุมสภาถึงกับเดือด นอกจากนี้ ผลงานตอนเป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ที่น่าจับตา คือเรื่องการปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าที่เป็นปัญหาของสังคมไทย ซึ่งมีการจับกุม และทำลายบุหรี่ไฟฟ้าทิ้งเป็นจำนวนมาก “สส.น้ำ จิราพร” ถือเป็นคนที่น่าจับตามองอย่างมาก ทั้งการทำงานในพรรคเพื่อไทย การทำงานในพื้นที่ และการทำงานในสภา ถือเป็นหนึ่งในตัวจี๊ดแห่งปีของพรรคเพื่อไทยก็ว่าได้

“เสรีพิศุทธ์” นักการเมืองตัวตึง
“พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส” หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย แม้ไม่ได้เป็น สส. แต่เป็นบุคคลที่มองข้ามไม่ได้ในเกมร้อนการเมืองที่กล้าเปิดศึกกับ “นายใหญ่ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี และผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย ปมการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจชั้น 14 ซึ่งถูกมองว่าเป็นอภิสิทธิ์เหนือกฎหมาย โดย “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ออกโรงแฉด้วยตัวเองหลังอ้างว่าได้เข้าพบ “นายทักษิณ” ชี้ชัดว่าเป็นการ “ป่วยทิพย์” ตั้งคำถามถึงความเสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม จนกระแสสังคมลุกฮือกดดันภาครัฐอย่างหนัก และกลายเป็นชนวนสำคัญให้ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สั่งให้นำตัว “นายทักษิณ” กลับเข้าเรือนจำในวันที่ 9 ก.ย. 2568 ล่าสุด “พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์” ยังเดินหน้าไม่หยุด ยื่นเรื่องถึง ป.ป.ช. ขอไต่สวนการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษที่อ้างว่ามีข้อความเท็จ ลากทุกตัวละครที่เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ ตอกย้ำภาพนักการเมืองสายชนตรง ผู้ไม่ถอยแม้ต้องชนกับอำนาจใหญ่ และยืนอยู่ฝั่งเดียวกับคำว่ากฎหมายต้องเท่าเทียม.



